ม.ค. 2569

รู้ทันโรคร้าย ! วิธีสังเกตมะเร็งเต้านมที่ควรเช็กก่อนลุกลาม

สุขภาพเต้านมเป็นเรื่องที่ผู้หญิงทุกคนควรให้ความสำคัญ เพราะมะเร็งเต้านมเป็นหนึ่งในโรคร้ายแรงที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้หญิงไทย โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิงอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป ซึ่งแม้หลายครั้งอาการของมะเร็งเต้านมในระยะแรกจะไม่ปรากฏให้เห็นชัดเจน แต่การสังเกตตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ทั้งสัญญาณเตือนเบื้องต้นและการตรวจคัดกรองอย่างถูกวิธี จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตรวจพบและรักษาได้อย่างทันท่วงที
บทความนี้.. มีอะไรบ้าง


โรคมะเร็งเต้านมคืออะไร ?

มะเร็งเต้านม หรือ Breast Cancer คือโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในเต้านม โดยเฉพาะในส่วนของท่อน้ำนม หรือต่อมน้ำนม ซึ่งเซลล์เหล่านี้จะเจริญเติบโตอย่างผิดปกติและแบ่งตัวอย่างไม่หยุดยั้ง ก่อตัวเป็นก้อนเนื้อร้ายภายในเนื้อเยื่อเต้านม หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันเวลา เซลล์มะเร็งอาจลุกลามไปยังเนื้อเยื่อข้างเคียง แพร่กระจายเข้าสู่ระบบน้ำเหลืองไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ หรืออวัยวะอื่น เช่น ปอด ตับ และกระดูก ซึ่งจะทำให้การรักษายากขึ้น ดังนั้น การตรวจและสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งเต้านมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการรับมือกับโรคร้ายนี้


อาการเบื้องต้นของมะเร็งเต้านมที่ควรรู้

แม้ว่ามะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้นมักไม่แสดงอาการที่ชัดเจน หรืออาจไม่มีอาการปวด แต่การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของเต้านมทุกเดือนจะช่วยให้สามารถค้นพบสัญญาณเตือนได้เร็วขึ้น โดยสัญญาณอาการที่ไม่ควรละเลย มีดังนี้


  1. มีก้อนเนื้อ หรือความหนาแน่นในเต้านม ซึ่งการคลำพบก้อนที่บริเวณใต้รักแร้ก็เป็นสัญญาณสำคัญที่อาจบ่งบอกว่า มะเร็งอาจแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองแล้ว
  2. การเปลี่ยนแปลงของผิวเต้านม เช่น ผิวบุ๋มคล้ายเปลือกส้ม แดง หรือบวม เนื่องจากมีการบวมของผิวหนังที่เกิดจากการอุดตันของท่อน้ำเหลืองโดยเซลล์มะเร็ง
  3. หัวนมบอด หรือมีน้ำไหลจากหัวนม โดยเฉพาะน้ำเลือด หรือน้ำใส ที่ไม่เกี่ยวกับประจำเดือนและไม่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์ รวมถึงอาจมีแผลเรื้อรังที่หัวนม หรือรอบลานนมที่ไม่หายไป
  4. เจ็บ หรือไม่สบายเต้านม โดยไม่ใช่ช่วงก่อนมีประจำเดือน และมีอาการต่อเนื่องยาวนาน
  5. การเปลี่ยนแปลงรูปร่างของเต้านม หรือหัวนม เช่น เต้านมข้างหนึ่งมีขนาดหรือรูปร่างเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน


วิธีสังเกตมะเร็งเต้านมด้วยตัวเอง

การตรวจเต้านมด้วยตัวเองเป็นประจำทุกเดือนเป็นวิธีสังเกตมะเร็งเต้านมที่ง่ายและมีประสิทธิภาพที่สุด ควรทำหลังหมดประจำเดือนประมาณ 7 วัน เนื่องจากเต้านมจะนิ่มและไม่คัดตึง โดยมีขั้นตอนหลัก ดังนี้


สังเกตด้วยตา

โดยยืนหน้ากระจก สังเกตขนาด รูปร่าง และสีผิวของเต้านมทั้งสองข้าง จากนั้นยกแขนขึ้นเหนือศีรษะแล้วสังเกตความผิดปกติ โดยเฉพาะรอยบุ๋มที่อาจปรากฏเมื่อมีการเกร็งกล้ามเนื้อเต้านม ลองเท้าสะเอวและโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ใช้น้ำหนักในการกดสะโพกเพื่อให้กล้ามเนื้อหน้าอกตึง แล้วสังเกตความผิดปกติซ้ำอีกครั้ง


การคลำ

ให้ใช้ปลายนิ้วคลำเต้านมทีละข้าง โดยเริ่มจากด้านนอกสุดของเต้านม คลำวนเป็นวงกลมหลายรอบตั้งแต่ด้านนอกจนถึงหัวนม คลำให้ทั่วถึงทุกส่วนของเต้านม จากนั้นใช้มือข้างเดียวกันคลำบริเวณรักแร้เพื่อหาก้อนเนื้อที่ผิดปกติ


วิธีตรวจมะเร็งเต้านมทางการแพทย์

นอกเหนือจากการตรวจด้วยตนเอง การเข้ารับการตรวจคัดกรองจากแพทย์เป็นประจำ จะช่วยให้สามารถตรวจพบมะเร็งเต้านมได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่อาการจะปรากฏชัดเจน โดยวิธีตรวจมะเร็งเต้านม ทางการแพทย์ที่ใช้กันทั่วไป ได้แก่


แมมโมแกรม (Mammogram)

เป็นการเอกซเรย์เต้านมเพื่อตรวจหาก้อนเนื้อหรือความผิดปกติที่ยังเล็กมากจนไม่สามารถคลำพบได้ การตรวจนี้เหมาะสำหรับผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีประวัติมะเร็งเต้านมในครอบครัว โดยควรเข้ารับการตรวจแมมโมแกรมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง


อัลตราซาวนด์ (Ultrasound)

เป็นการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงในการสร้างภาพภายในเต้านม ซึ่งแพทย์มักใช้ร่วมกับการตรวจแมมโมแกรม โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีเนื้อเต้านมหนาแน่น เพื่อดูรายละเอียดของก้อนเนื้อให้ชัดเจนขึ้นว่าเป็นถุงน้ำ หรือก้อนเนื้อแข็ง


การตรวจชิ้นเนื้อ (Biopsy)

หากแพทย์พบก้อนเนื้อที่น่าสงสัยจากการตรวจอื่น จะมีการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อ (Tissue Sample) หรือเซลล์ไปตรวจในห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันว่าเป็นเซลล์มะเร็งหรือไม่ โดยถือเป็นวิธีการวินิจฉัยที่แม่นยำและให้ผลยืนยันที่ดีที่สุดในการระบุชนิดและระยะของมะเร็งเต้านม



วิธีป้องกันและลดความเสี่ยง

การป้องกันและลดความเสี่ยงเป็นส่วนสำคัญในการดูแลสุขภาพเต้านมให้แข็งแรง ซึ่งสามารถทำได้โดยใช้วิธี ดังนี้


  1. ตรวจเต้านมด้วยตัวเองทุกเดือน เพื่อสังเกตความเปลี่ยนแปลงของเต้านมอย่างสม่ำเสมอ
  2. ตรวจสุขภาพและแมมโมแกรมตามวัย สำหรับผู้หญิงอายุ 35 หรือ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจแมมโมแกรมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  3. ปรับพฤติกรรมสุขภาพ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดการดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง
  4. ปรึกษาแพทย์ หากคนในครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็งเต้านม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงและกำหนดแผนการคัดกรองที่เหมาะสม


เตรียมพร้อมรับมือกับโรคมะเร็ง ด้วยการวางแผนทางการเงินอย่างมั่นคง

การดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดคือการตระหนักรู้และเตรียมพร้อมรับมือ การหมั่นตรวจเต้านมด้วยตัวเองเป็นประจำและเข้ารับการตรวจคัดกรองจากแพทย์ตามคำแนะนำ คือก้าวแรกสู่การมีสุขภาพที่ดีห่างไกลโรคมะเร็งเต้านม แต่หากต้องการลดความกังวลใจเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเกิดโรคไม่คาดฝัน การวางแผนรับมือด้วยประกันมะเร็ง เจอจ่ายจบ จากเมืองไทยประกันชีวิต (MTL) จะช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาเมื่อต้องเผชิญโรคหนักอย่างมะเร็ง ทำให้มั่นใจและอุ่นใจได้ว่าจะสามารถเข้าถึงการรักษาที่ดีที่สุดได้ทุกช่วงเวลา


เลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมตั้งแต่วันนี้ โดยสามารถเช็กเบี้ยและซื้อประกันออนไลน์ได้ง่ายตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านเว็บไซต์ของเมืองไทยประกันชีวิต (MTL) เพื่อความอุ่นใจและเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต


แหล่งอ้างอิง

  1. สัญญาณเตือน “มะเร็งเต้านม” ระยะแรกเป็นอย่างไร?. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 จาก https://www.nonthavej.co.th/breast-cancer-warning-signs.php
  2. มะเร็งเต้านม ภัยร้ายอันดับ 1 มะเร็งในสตรี. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 จาก https://www.phyathai.com/th/article/2843-มะเร็งเต้านม_ภัยร้ายอั

หมวดหมู่ :
โรคร้ายแรง