
มะเร็งแต่ละชนิดมีความซับซ้อนในการรักษาที่แตกต่างกัน เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือมะเร็งสมอง มักต้องใช้เทคโนโลยีและยาเฉพาะทางซึ่งมีราคาสูง นอกจากนี้ ระยะของโรคก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญ โดยมะเร็งในระยะลุกลามย่อมมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าระยะเริ่มต้น
ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด เคมีบำบัด (Chemotherapy) รังสีบำบัด (Radiotherapy) การใช้ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) หรือยาภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) ล้วนส่งผลต่อค่ารักษามะเร็งทั้งสิ้น โดยเฉพาะการรักษาแบบสมัยใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งต้นทุนก็จะสูงตามไปด้วย
โดยทั่วไป ค่ารักษาโรคมะเร็งโรงพยาบาลเอกชนจะสูงกว่าโรงพยาบาลรัฐหลายเท่า เนื่องจากมีเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย และผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้รวดเร็วกว่ามาก
ผู้ป่วยโรคมะเร็งมักต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน เช่น เคมีบำบัดที่ต้องทำเป็นรอบ ๆ หรือการติดตามผลการรักษา ค่าใช้จ่ายจึงไม่ได้มีแค่การรักษาเบื้องต้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงค่าเดินทาง ค่านอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ค่าตรวจติดตามอาการ ไปจนถึงค่าดูแลในระยะฟื้นตัว

*หมายเหตุ : ราคาข้างต้นเป็นค่ารักษามะเร็งด้วยรังสี ไม่รวมค่าแพทย์ ค่ายา และค่าบริการอื่น ๆ

เห็นค่ารักษาโรคมะเร็งโรงพยาบาลเอกชนแล้วอย่าเพิ่งกังวลไปล่วงหน้า เพราะโรคร้ายชนิดนี้ไม่จำเป็นต้องกลายเป็นวิกฤตทางการเงินเสมอไป ! เพียงแค่คุณมีการเตรียมตัวอย่างรอบคอบและมีแผนสำรองเอาไว้ โดยสามารถเริ่มได้จากทางเลือกต่อไปนี้
ตอนนี้เรารู้แล้วว่าการเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งนั้นมีค่ารักษาสูงและต่อเนื่อง ดังนั้น แนะนำให้จัดทำงบประมาณล่วงหน้าสำหรับค่ารักษาพยาบาลโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะสำหรับตัวคุณเองหรือคนในครอบครัว เพื่อให้มีเงินสำรองเพียงพอเมื่อต้องเผชิญสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งนี้ การออมเงินอย่างสม่ำเสมอ เช่น การแบ่งรายได้ประจำส่วนหนึ่งไว้เป็นเงินสำรองสุขภาพ หรือการเลือกลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สามารถนำมาใช้ในยามเจ็บป่วย ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้มีความพร้อมทางการเงิน เมื่อต้องถึงเวลารักษาอย่างเร่งด่วน
หากรู้สึกว่าค่ารักษาโรคมะเร็งโรงพยาบาลเอกชนแพงเกินไป อย่าเพิ่งท้อ เพราะประเทศไทยยังมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และระบบสวัสดิการของภาครัฐที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคร้ายบางประเภท ซึ่งรวมถึงโรคมะเร็งในบางระดับ โดยผู้มีสิทธิสามารถใช้บริการได้จากโรงพยาบาลรัฐตามสิทธิ แม้ค่ารักษาในโรงพยาบาลรัฐอาจไม่ครอบคลุมทุกกรณี โดยเฉพาะการใช้ยาพิเศษ หรือเทคนิคการรักษาแบบใหม่ แต่สิทธิพื้นฐานเหล่านี้ก็สามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในเบื้องต้นไปได้มาก
สำหรับผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดด้านการเงิน สามารถขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิหรือองค์กรการกุศลต่าง ๆ ได้ โดยปัจจุบัน มีหลายองค์กรที่ดำเนินงานเพื่อสนับสนุนผู้ป่วยโรคมะเร็งโดยเฉพาะ เช่น มูลนิธิมะเร็งแห่งประเทศไทย หรือสมาคมผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งมีทั้งรูปแบบของการให้ทุนรักษา การบริจาคค่ายา และการจัดโครงการช่วยเหลือค่าเดินทางหรือค่าที่พักสำหรับผู้ป่วยและครอบครัว ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้ในช่วงเวลาวิกฤต
หากจะพูดถึงแนวทางที่ดีที่สุดในการป้องกันไม่ให้เกิดภาระทางการเงินจากค่ารักษามะเร็ง แน่นอนว่าต้องเป็นการทำประกันโรคร้ายแรง โดยความคุ้มครองที่คุณจะได้รับ สามารถช่วยครอบคลุมค่ารักษาโรคมะเร็งที่อาจสูงถึงหลักล้านบาทได้ โดยเฉพาะแผนประกันที่ออกแบบมาเพื่อดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จนถึงระยะรุนเเรง
นอกจากนี้ การเลือกทำประกันในขณะที่สุขภาพยังแข็งแรง จะช่วยให้สามารถเข้ารับการพิจารณาได้ง่ายกว่า และได้ค่าเบี้ยประกันภัยในอัตราที่คุ้มค่า ช่วยให้ผู้เอาประกันสามารถเข้าถึงการรักษาที่ดีที่สุดในโรงพยาบาลเอกชนได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งถือเป็นหลักประกันสำคัญในการดูแลชีวิตและครอบครัวในระยะยาว
แม้มะเร็งจะเป็นโรคที่ไม่มีใครอยากเผชิญ แต่การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าโดยการศึกษาค่ารักษาโรคมะเร็งโรงพยาบาลเอกชน การเข้าใจประเภทการรักษา และการวางแผนทางการเงินอย่างมีระบบจะช่วยให้คุณสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างมั่นใจ
เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) ขอแนะนำแผนประกันสุขภาพที่ออกแบบมาเพื่อดูแลผู้เอาประกันภัยในยามเจ็บป่วยจากโรคร้ายแรง เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ หรือโรคทางสมอง เพื่อให้ผู้เอาประกันภัยสามารถเข้าถึงการรักษาที่ดีที่สุดโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย
ซื้อประกันโรคร้ายได้ตั้งแต่วันนี้ ไม่จำเป็นต้องรอให้มีอาการ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์เมืองไทยประกันชีวิต พร้อมกดซื้อได้สะดวกตลอด 24 ชั่วโมง
ข้อมูลอ้างอิง