ดังนั้น การรู้จักอาการที่ควรเฝ้าระวังและเข้ารับการตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสมตามช่วงวัย จึงเป็นวิธีดูแลตัวเองที่ดีที่สุด เพราะไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ แต่ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษามะเร็งในระยะยาวได้อีกด้วย
มะเร็ง คือโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในร่างกาย เมื่อเซลล์บางกลุ่มเริ่มแบ่งตัวเร็วกว่าที่ควรและควบคุมไม่ได้ รวมถึงสามารถแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ทำให้เกิดโรคมะเร็งในหลายลักษณะ
โดยมะเร็งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่
มะเร็งของอวัยวะหรือเนื้อเยื่อ (Solid Tumors) คือมะเร็งที่เกิดเป็นก้อนเนื้อในอวัยวะต่าง ๆ เช่น เต้านม ปอด ตับ หรือลำไส้ใหญ่ เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดในคนไทย อาการมักเริ่มจากก้อนแข็งผิดปกติ หรือการทำงานของอวัยวะที่เปลี่ยนแปลงไป
มะเร็งของระบบเลือดและน้ำเหลือง (Hematologic Cancers) เป็นมะเร็งที่ไม่ได้เกิดเป็นก้อน แต่มาจากความผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือดหรือระบบน้ำเหลือง ซึ่งมักแสดงอาการผ่านความผิดปกติของระบบเลือดและภูมิคุ้มกัน แตกต่างจากมะเร็งชนิดก้อนซึ่งมักเป็นก้อนเนื้อที่พบได้ชัดเจน
จากสถิติในประเทศไทยพบว่า มีมะเร็งบางชนิดที่เกิดขึ้นบ่อยกว่าในกลุ่มอื่น ๆ ซึ่งมีผลมาจากปัจจัยหลายด้าน เช่น เพศ อายุ พฤติกรรมเสี่ยง ไลฟ์สไตล์ และพันธุกรรมร่วมกัน
มะเร็งเต้านม ถือเป็นมะเร็งที่พบมากในผู้หญิงไทย โดยเฉพาะในกลุ่มอายุมากกว่า 40 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน พร้อมกับปัจจัยเสี่ยง เช่น ประวัติครอบครัว น้ำหนักตัวเกิน รวมถึงละเลยการตรวจคัดกรอง อาการเริ่มต้นที่ควรสังเกต เช่น คลำเจอก้อนที่ผิดปกติบนเต้านม ผิวหนังบริเวณนั้นบุ๋มหรือเป็นลักยิ้ม รวมถึงมีของเหลวไหลออกจากหัวนมโดยไม่มีสาเหตุ

มะเร็งปอดพบในทั้งผู้ชายและผู้หญิง แม้การสูบบุหรี่จะเป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก แต่ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ก็สามารถเกิดโรคนี้ได้เช่นกัน โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีมลภาวะเป็นเวลานาน อาการที่เด่นชัดได้แก่ ไอเรื้อรัง หายใจติดขัด เจ็บหน้าอก หรือในบางรายอาจมีเสมหะปนเลือดร่วมด้วย
มะเร็งทั้งสองชนิดนี้พบมากในคนไทย โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีประวัติติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซี ผู้ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ หรือมีภาวะไขมันพอกตับเรื้อรัง ส่วนมะเร็งท่อน้ำดีพบสูงในกลุ่มผู้ที่อาศัยอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการรับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ อาการเริ่มต้นมักไม่ชัดเจน เช่น อ่อนเพลีย ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือแน่นท้องเรื้อรัง จึงมักตรวจพบในระยะที่โรคลุกลามแล้ว
มะเร็งชนิดนี้มักพบในผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันเริ่มพบในวัยทำงานมากขึ้น ปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ การรับประทานอาหารไขมันสูง ไฟเบอร์น้อย การไม่ออกกำลังกาย และประวัติครอบครัว อาการที่ควรเฝ้าระวัง เช่น ถ่ายเป็นเลือด น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ หรือมีการเปลี่ยนแปลงของระบบขับถ่ายอย่างต่อเนื่อง
สาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูกเกิดจากการติดเชื้อ HPV ทำให้เป็นมะเร็งที่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนและการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ แม้อาการระยะแรกจะไม่เด่นชัด แต่สัญญาณที่ควรระวัง ได้แก่ เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ปวดท้องน้อยเรื้อรัง หรือตกขาวมีกลิ่นและสีผิดปกติ
มะเร็งต่อมลูกหมากพบมากในผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยสัมพันธ์กับอายุที่เพิ่มขึ้น พันธุกรรม และความผิดปกติของฮอร์โมนเพศชาย ระยะแรกมักไม่แสดงอาการ แต่เมื่อโรคดำเนินไปอาจพบปัสสาวะติดขัด ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน หรือมีอาการปวดเมื่อยบริเวณหลังและสะโพก
มะเร็งต่อมน้ำเหลืองเกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในระบบน้ำเหลือง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในภูมิคุ้มกัน โดยในช่วงแรกมักพบต่อมน้ำเหลืองโตที่บริเวณคอ รักแร้ หรือขาหนีบ พร้อมกับไข้ต่ำ เหงื่อออกกลางคืน หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ และอาจเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงวัย
ถึงแม้ไม่ใช่มะเร็งอันดับต้น ๆ แต่กลับพบมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในผู้ที่ได้รับแสงแดดจัดหรือผิวไหม้จากแสงแดดซ้ำ ๆ อาการเริ่มต้นที่ควรสังเกตคือ ไฝหรือปื้นดำที่เปลี่ยนแปลงบนผิวหนัง เช่น โตเร็ว สีไม่สม่ำเสมอ รูปร่างผิดปกติ หรือผิวหนังมีเลือดออกโดยไม่ทราบสาเหตุ
สำหรับวิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งที่คุณควรรู้ เพื่อจะได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างทันท่วงที มีดังต่อไปนี้
หากคลำพบก้อนแข็งที่เต้านม ต่อมน้ำเหลือง หรือบริเวณอื่นใดของร่างกาย แม้ไม่เจ็บก็ตาม ควรติดตามอาการอย่างใกล้ชิด เพราะก้อนเนื้อที่เกิดจากมะเร็งมักจะโตขึ้นเรื่อย ๆ และไม่หายไปเอง นอกจากนี้ การบวมผิดปกติของผิวหนัง เช่น ผิวบุ๋มหรือโป่งนูน ก็เป็นสัญญาณที่ไม่ควรละเลยเช่นกัน
น้ำหนักที่ลดลงอย่างไม่ตั้งใจ อาจมาพร้อมกับความรู้สึกอ่อนล้า เบื่ออาหาร หรือหมดแรงง่ายกว่าปกติ อาการเหล่านี้พบได้ในมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งตับ ปอด และทางเดินอาหาร เนื่องจากเซลล์มะเร็งใช้พลังงานจากร่างกายมากขึ้นและส่งผลต่อระบบเมตาบอลิซึมโดยรวม
แผลที่รักษาไม่หาย เช่น แผลในช่องปาก แผลผิวหนัง หรือแผลบริเวณอวัยวะเพศ อาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งเช่นกัน นอกจากนี้ หากพบเลือดออกผิดปกติ เช่น ถ่ายเป็นเลือด ประจำเดือนผิดปกติ เสมหะปนเลือด หรือเลือดออกจากไฝ ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน เพราะอาการเหล่านี้พบบ่อยในมะเร็งระบบสืบพันธุ์ ลำไส้ใหญ่ และผิวหนัง
หากคุณมีอาการท้องผูกสลับกับท้องเสียเรื้อรัง ถ่ายลำบาก หรือถ่ายมีเลือดปน รวมถึงรู้สึกปวดหน่วงบริเวณลำไส้ อาจเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือทวารหนัก ในทำนองเดียวกัน หากปัสสาวะผิดปกติ เช่น แสบขัดหรือถี่มากผิดปกติ ก็อาจเกี่ยวข้องกับมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้
อาการไอเรื้อรังเกิน 3 สัปดาห์ เสียงแหบ หรือรู้สึกมีก้อนในลำคอขณะกลืน อาจชี้ให้เห็นถึงมะเร็งปอด มะเร็งกล่องเสียง หรือมะเร็งหลอดอาหาร โดยเฉพาะในผู้ที่สูบบุหรี่หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีควันและฝุ่นมาก
อาการปวดที่หาสาเหตุไม่ได้ เช่น ปวดหลัง กระดูก ท้อง หรือแน่นหน้าอกต่อเนื่อง แม้จะพักผ่อนแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น อาจเกิดจากก้อนมะเร็งที่กดทับเส้นประสาทหรือแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย
หากพบความผิดปกติของไฝหรือผิวหนัง เช่น ไฝโตเร็ว สีไม่สม่ำเสมอ ขอบไฝไม่เรียบ มีเลือดออก หรือคันระคายเคือง นั่นอาจเป็นสัญญาณของมะเร็งผิวหนัง โดยเฉพาะชนิดเมลาโนมา การสังเกตผิวหนังเป็นประจำจะช่วยให้พบความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และเพิ่มโอกาสในการรักษาให้ได้ผลดีขึ้น
การคัดกรองมะเร็งตามอายุเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้สามารถพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งมักมีโอกาสรักษาหายได้สูงกว่า โดยแนวทางคัดกรองสามารถแบ่งตามช่วงวัยได้ดังนี้
ควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วย Pap Test หรือ HPV Test ตามคำแนะนำของสูตินรีแพทย์ แม้ยังไม่มีอาการผิดปกติ การตรวจเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งปากมดลูกได้อย่างมาก
ควรเริ่มพิจารณาทำแมมโมแกรม เพื่อคัดกรองมะเร็งเต้านมอย่างสม่ำเสมอ หากมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม อาจต้องเริ่มตรวจเร็วกว่าปกติหรือเพิ่มความถี่ของการตรวจตามคำแนะนำของแพทย์
ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการตรวจ PSA เพื่อคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยเฉพาะในกรณีที่มีประวัติครอบครัว หรือมีอาการปัสสาวะผิดปกติ
ควรเริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ เช่น การตรวจ FIT Test หรือการส่องกล้อง Colonoscopy เพราะมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะแรกมักไม่มีอาการแสดงชัดเจน
ควรตรวจอัลตราซาวนด์ตับและตรวจเลือดหาค่าบ่งชี้มะเร็งตับทุก 6-12 เดือน ตามคำแนะนำของแพทย์ เนื่องจากมะเร็งตับมักไม่แสดงอาการจนกว่าจะเข้าสู่ระยะลุกลาม
ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการคัดกรองมะเร็งปอด เช่น การทำ CT Scan ความละเอียดสูง โดยเฉพาะหากอายุเกิน 50 ปีขึ้นไป โดยการตรวจพบเร็วตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจะช่วยลดการเสียชีวิตจากมะเร็งปอดได้อย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อเข้าใจสัญญาณเตือนและความสำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งแล้ว สิ่งที่จะช่วยเสริมความอุ่นใจได้มากขึ้น คือการมีแผนรองรับในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดคิด เพื่อให้คุณสามารถดูแลตัวเองและครอบครัวได้อย่างมั่นใจในทุกช่วงเวลา
ประกันโรคมะเร็งและโรคร้ายแรงจากเมืองไทยประกันชีวิต (MTL) พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ ด้วยแผนความคุ้มครองที่ครอบคลุมทั้งค่ารักษาพยาบาลและเงินก้อนสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น รวมถึงโรคร้ายแรงที่พบได้บ่อย เช่น มะเร็งและไตวายเรื้อรัง อีกทั้งยังมอบความคุ้มครองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น คุณสามารถสมัครออนไลน์ได้ทันทีโดยไม่ต้องตรวจสุขภาพ เลือกวิธีชำระเบี้ยตามความสะดวก และรับสิทธิพิเศษมากมาย ทำให้การวางแผนสุขภาพเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น และพร้อมดูแลคุณในทุกช่วงชีวิตได้อย่างมั่นใจ
ข้อมูลอ้างอิง