ม.ค. 2569

Fact น่ารู้ ! ทำไมต้องฉีดวัคซีนป้องกัน HPV ตั้งแต่วัยรุ่น ?

แม้มะเร็งปากมดลูกจะเป็นโรคร้ายแรง แต่ก็เป็นหนึ่งในไม่กี่โรคที่สามารถ "ป้องกันได้ตั้งแต่ก่อนเกิดโรค" ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกัน HPV ที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งถ้าเริ่มฉีดเร็ว ก็จะยิ่งลดความเสี่ยงได้มาก และนั่นคือโอกาสล้ำค่าที่พ่อแม่ควรมอบให้ลูกได้ตั้งแต่เด็ก-วัยรุ่น
บทความนี้.. มีอะไรบ้าง


การเริ่มต้นฉีดป้องกัน HPV ไม่ใช่เรื่องของความกลัว แต่คือความรัก

การฉีดป้องกัน HPV คือการให้วัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคมะเร็งปากมดลูก และยังเกี่ยวข้องกับโรคร้ายแรงอื่น ๆ เช่น มะเร็งช่องคลอด มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องปาก-ลำคอ รวมถึงโรคหูดหงอนไก่ ด้วยเหตุนี้ วัคซีนป้องกัน HPV จึงถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ในระยะยาว


วัคซีน HPV มีกี่แบบ ? แล้วเลือกอย่างไรให้เหมาะกับลูก ?

WHO ระบุว่าในปัจจุบัน มีวัคซีนป้องกัน HPV อยู่ด้วยกัน 6 ชนิด ที่ได้รับการอนุมัติและใช้ตามมาตรฐานในหลายประเทศ ได้แก่ วัคซีน bivalent (2 สายพันธุ์) จำนวน 3 ชนิด, วัคซีน quadrivalent (4 สายพันธุ์) จำนวน 2 ชนิด และวัคซีน nonavalent (9 สายพันธุ์) ที่นับได้ว่าครอบคลุมการป้องกันเชื้อไวรัสมากที่สุดอีกจำนวน 1 ชนิด


โดยวัคซีนทุกชนิดมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสชนิด 16 และ 18 ซึ่งถือได้ว่าเป็นสาเหตุรวมกันประมาณ 70% ของผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกทั่วโลก


ชนิดของวัคซีนป้องกัน HPV


ฉีดยามะเร็งปากมดลูก มีผลข้างเคียงหรือไม่ ?

ผู้ปกครองหลายคนอาจกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีน HPV ความจริงแล้วอาการที่พบส่วนใหญ่เป็นเพียงอาการชั่วคราว เช่น


  1. ปวด บวม แดง คัน หรือฟกช้ำบริเวณที่ฉีด
  2. ไข้ต่ำ ๆ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย หรือปวดกล้ามเนื้อ
  3. วัยรุ่นบางคนอาจมีอาการหน้ามืดหรือเป็นลม แต่หายได้เมื่อพักผ่อน


โดยทั่วไป อาการเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 3-5 วันหลังฉีด และไม่ก่อให้เกิดผลระยะยาวที่ร้ายแรง แพทย์มักแนะนำให้นั่งพักประมาณ 15 นาทีหลังรับวัคซีน เพื่อลดโอกาสเกิดอาการวิงเวียนหรือเป็นลม


แนวทางการเลือกวัคซีนฉีดป้องกัน HPV ที่เหมาะสม

  1. หากต้องการความคุ้มครองกว้างที่สุด วัคซีนชนิด 9 สายพันธุ์ (nonavalent) ถือเป็นตัวเลือกหลัก เพราะครอบคลุมเชื้อ HPV ที่ก่อมะเร็งและหูดได้มากกว่า
  2. วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ เป็นอีกทางเลือกที่ดี โดยเฉพาะในประเทศที่มีการเข้าถึงวัคซีนประเภทนี้สะดวกกว่า และยังครอบคลุมการป้องกันโรคอื่น อย่างหูดหงอนไก่
  3. วัคซีนชนิด 2 สายพันธุ์นั้นมีประโยชน์ในการป้องกันมะเร็งปากมดลูก แต่ไม่ครอบคลุมโรคอื่นที่เกี่ยวข้องกับ HPV
  4. การเลือกชนิดวัคซีนควรพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ค่าใช้จ่าย, ความพร้อมทางการแพทย์, และคำแนะนำจากแพทย์ในแต่ละพื้นที่ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและเหมาะสมที่สุดกับลูก


วัคซีน HPV เหมาะกับใคร ?

วัคซีนป้องกัน HPV ไม่เพียงมีประโยชน์เฉพาะกับผู้หญิงเท่านั้น แต่ยังเหมาะสำหรับผู้ชายด้วย เพราะช่วยป้องกันมะเร็งทวารหนัก มะเร็งองคชาต มะเร็งช่องปาก-ลำคอ และโรคหูดหงอนไก่ อีกทั้งยังช่วยลดโอกาสการเป็นพาหะในการส่งต่อเชื้อไปยังคู่สมรสหรือคู่นอน


  1. สำหรับผู้ชายที่มีพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มรักร่วมเพศ มีโอกาสสูงที่จะเกิดมะเร็งทวารหนัก การฉีดป้องกัน HPV จึงมีความสำคัญไม่แพ้ผู้หญิง
  2. องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ทั้งเด็กหญิงและเด็กชายควรได้รับวัคซีน HPV ตั้งแต่อายุ 9-14 ปี เพื่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด และสามารถฉีดได้จนถึงอายุ 26 ปี


เพราะคุณพ่อคุณแม่คือด่านแรกของการอนุญาตฉีดป้องกันเชื้อ HPV



5 เหตุผลที่พ่อแม่รุ่นใหม่ ควรใส่ใจและเลือกให้ลูกฉีดวัคซีน HPV

  1. ป้องกันได้มากกว่าที่คิด : การฉีดวัคซีนป้องกัน HPV ไม่เพียงช่วยป้องกันแค่โรคมะเร็งปากมดลูก แต่ยังลดความเสี่ยงต่อโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเชื้อ HPV เช่น มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องปาก-ลำคอ และหูดหงอนไก่
  2. ยิ่งฉีดเร็ว ยิ่งได้ผลดี : การฉีดในช่วงวัย 9-14 ปี ให้ผลดีที่สุด เนื่องจากภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อวัคซีนได้ดีกว่าการฉีดในวัยผู้ใหญ่
  3. ลดภาระค่ารักษาในอนาคต : ต้นทุนของการฉีดวัคซีนในวันนี้ นับว่าถูกกว่าค่ารักษาโรคมะเร็งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตหลายเท่า ถือเป็นการลงทุนด้านสุขภาพที่คุ้มค่า
  4. สร้างความมั่นใจให้ลูกในระยะยาว : การได้รับวัคซีน HPV คือการเสริมภูมิคุ้มกันที่ยั่งยืน ให้ลูกมั่นใจในการใช้ชีวิตโดยไม่ต้องกังวลเรื่องโรคที่เกิดจากเชื้อ HPV
  5. แสดงความรักผ่านการป้องกัน : บางครั้งของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจากพ่อแม่ อาจไม่ใช่วัตถุสิ่งของ แต่คือการปกป้องไม่ให้ลูกต้องเผชิญโรคร้ายแรงตั้งแต่แรก


แม้ว่าวัคซีน HPV จะเป็นหนึ่งในเกราะป้องกันชั้นดีสำหรับโรคร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต แต่การดูแลสุขภาพไม่ควรหยุดอยู่แค่การป้องกันเพียงด้านเดียว เนื่องจากชีวิตยังคงมีโอกาสเกิดเหตุที่คาดไม่ถึงได้อีกมากมาย


หากคุณคือพ่อแม่ที่ใส่ใจสุขภาพลูก หรือเป็นคนที่เริ่มต้นดูแลตัวเองอย่างจริงจัง อย่าลืมวางแผนรับมือกับความเสี่ยงระยะยาวด้วยประกันโรคร้ายแรงจากเมืองไทยประกันชีวิต (MTL) ที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาเมื่อต้องเผชิญโรคร้ายแรงอย่างมะเร็ง พร้อมมอบความคุ้มครองยาวและสูงสุดถึงโรคละ 5 ล้านบาท* เพื่อให้คุณเข้าถึงการรักษาได้อย่างทันท่วงที โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย


เลือกความคุ้มครองที่เหมาะกับคุณ พร้อมเช็กเบี้ยประกันได้ตลอด 24 ชั่วโมงทางเว็บไซต์เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) ได้เลย


*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด


ข้อมูลอ้างอิง

  1. ถามตอบเรื่องวัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ที่ผู้หญิงต้องรู้. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 จาก https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/content/q-n-a-about-the-hpv-vaccine-9-strains
  2. Human Papilloma Virus Vaccine. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 จาก https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK562186/
  3. Human Papillomavirus (HPV) Vaccine Safety. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 จาก https://www.cdc.gov/vaccine-safety/vaccines/hpv.html
  4. Human papillomavirus vaccines (HPV). สืบค้นเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 จาก https://www.who.int/teams/immunization-vaccines-and-biologicals/diseases/human-papillomavirus-vaccines-(HPV)



หมวดหมู่ :
โรคร้ายแรง
ดูบทความอื่นที่เกี่ยวข้อง :
ประกันโรคร้าย