ม.ค. 2569

รู้สาเหตุและวิธีป้องกันโรคไตก่อนลุกลามจนต้องฟอกไต

โรคไต เป็นภัยเงียบที่หลายคนอาจไม่รู้ตัวว่ากำลังเผชิญอยู่ โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นของโรคที่อาจไม่มีอาการชัดเจน ทำให้ผู้ป่วยหลายรายมักไม่ตระหนักถึงความเสี่ยงและลักษณะของโรคไตที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเองได้ เมื่อเวลาผ่านไป โรคไตจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว และอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงในที่สุด
บทความนี้.. มีอะไรบ้าง


ดังนั้น การรู้ว่าโรคไตเกิดจากอะไร จะช่วยให้สามารถป้องกันและลดความเสี่ยงโรคไตได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ


รู้จัก โรคไต ภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพคนไทย

ทุกวันนี้คนไทยป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2565 มีผู้ป่วยโรคไตระยะที่ 5 ที่ต้องล้างไตมากกว่า 6 หมื่นราย การสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคไต ตั้งแต่การป้องกันและรักษาตั้งแต่ระยะแรกจึงมีความจำเป็น


โรคไตคืออะไร

โรคไต คือ ภาวะที่ไตทำงานผิดปกติ ทำให้ไม่สามารถกรองของเสียออกจากเลือดได้ตามปกติ และไม่สามารถควบคุมสมดุลน้ำ เกลือแร่ และความดันโลหิตในร่างกายได้อย่างเหมาะสม

โรคไตสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ ไตเสื่อมเรื้อรัง และไตวายเฉียบพลัน ซึ่งทั้งสองประเภทนี้ต่างส่งผลกระทบต่อการทำงานของไตอย่างรุนแรง ทำให้ร่างกายไม่สามารถขับของเสียจากร่างกายได้ หากไม่ได้รับการรักษาอาจจะนำไปสู่ภาวะไตวาย และเสียชีวิตได้


ไตมีหน้าที่อะไรบ้าง

  1. กรองของเสียจากเลือด แล้วขับออกทางปัสสาวะ หากว่าไตเสื่อมจะทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย คลื่นไส้ คันตามตัว
  2. ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ หากระบบเสียสมดุลอาจจะทำให้เป็นโรคความดันโลหิตสูง หรือควบคุมความดันได้ยาก
  3. ผลิตฮอร์โมนอีริโทโพอิติน (Erythropoietin หรือ EPO) กระตุ้นไขกระดูกให้ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง หากไตทำงานผิดปกติ อาจจะเกิดภาวะโลหิตจางได้
  4. รักษาสมดุลแร่ธาตุ เช่น โพแทสเซียม โซเดียม และแคลเซียม


หากไตเสื่อมจะส่งผลกระทบต่อหลายระบบในร่างกาย ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา โดยอาจจะทำให้ร่างกายบวมน้ำ หัวใจล้มเหลว และเสียชีวิตได้


โรคไตเกิดจากอะไร รู้จักต้นเหตุเพื่อป้องกันได้ทัน

โรคไต ไม่ได้เกิดจากการกินเค็มเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากหลากหลายสาเหตุ เพื่อระมัดระวังไม่ให้เกิดโรคไต ควรจะรู้สาเหตุหลัก ๆ เอาไว้ เพื่อที่จะเฝ้าระวังและป้องกัน


  1. โรคประจำตัว โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเป็นปัจจัยที่ทำให้ไตเสื่อมได้ หากไม่ได้รับการควบคุมหรือรักษาอย่างเหมาะสม
  2. การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ อาจทำให้เกิดการอักเสบที่ทำลายไต
  3. การใช้ยาแก้ปวดที่มีส่วนผสมของ NSAIDs (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs) อาจส่งผลให้ไตทำงานผิดปกติ
  4. พันธุกรรม คนที่มีประวัติครอบครัวเกี่ยวกับโรคไตมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคไต
  5. พฤติกรรมเสี่ยง อย่างการรับประทานอาหารที่รสจัด หรือไม่ดูแลสุขภาพ


เช็กอาการโรคไต

ในระยะแรกของโรคไตอาจไม่มีอาการที่ชัดเจน แต่เมื่อโรคพัฒนาไปเรื่อย ๆ เราจึงต้องเฝ้าระวังเพื่อดูแลและรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ


สัญญาณเตือนอาการโรคไตที่ควรเฝ้าระวัง

  1. ปัสสาวะผิดปกติ เช่น ปัสสาวะน้อยหรือบ่อยผิดปกติ
  2. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร
  3. ตัวบวม โดยเฉพาะที่หน้าและขา
  4. ความดันโลหิตสูงผิดปกติ
  5. คลื่นไส้ อาเจียน หรือหายใจลำบากในบางราย


อาการโรคไตในแต่ละระยะ

โรคไตสามารถแบ่งได้เป็นทั้งหมด 5 ระยะ โดยมีอาการบ่งชี้ที่แตกต่างกัน ดังนี้


  1. ระยะที่ 1 ไตเริ่มเสียหาย แต่ยังทำงานได้เกือบปกติ อาจพบโปรตีนหรือเลือดในปัสสาวะ
  2. ระยะที่ 2 ไตสูญเสียการทำงานเล็กน้อย อาจจะมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ควรไปพบแพทย์ตามนัด
  3. ระยะที่ 3 ไตทำงานลดลงปานกลาง เริ่มมีอาการอ่อนเพลีย ปวดหลัง มือเท้าบวม ปัสสาวะขุ่นหรือเป็นฟอง ความดันโลหิตสูง อาจจะมีภาวะโลหิตจางและกระดูกพรุนร่วมด้วย
  4. ระยะที่ 4 ไตเสียหายรุนแรง มีอาการบวม เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก กล้ามเนื้อกระตุก การคิดและตัดสินใจแย่ลง
  5. ระยะที่ 5 ไตวายระยะสุดท้าย บวมทั้งตัว เหนื่อยและซีด หายใจลำบาก นอนไม่ค่อยหลับ ต้องทำการฟอกไต


พฤติกรรมเสี่ยงที่เป็นสาเหตุโรคไตโดยไม่รู้ตัว

รู้หรือไม่ว่า พฤติกรรมบางอย่างที่ทำอยู่ทุกวัน อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นโรคไตโดยที่ไม่รู้ตัว


  1. ดื่มน้ำน้อยเกินไป การดื่มน้ำไม่เพียงพอทำให้ไตทำงานหนักขึ้นในการกรองของเสีย
  2. รับประทานอาหารรสจัด การบริโภคเกลือมากเกินไป รวมไปถึงอาหารรสจัด ทำให้ไตทำงานหนักขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคไต
  3. ใช้ยาแก้ปวดบ่อยและไม่ระวัง และปราศจากคำแนะนำของแพทย์และเภสัชกร
  4. นอนดึก เครียดสะสม ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอทำให้ไตและระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติ
  5. ไม่ตรวจสุขภาพเป็นประจำ การตรวจสุขภาพไตอย่างสม่ำเสมอช่วยให้สามารถตรวจพบโรคไตในระยะเริ่มต้นได้



วิธีป้องกันโรคไตที่ทำได้ในชีวิตประจำวัน

การป้องกันโรคไตสามารถทำได้ด้วยการปรับพฤติกรรมและดูแลสุขภาพตัวเอง


  1. ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารและดื่มน้ำ โดยหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารแปรรูป และอาหารที่มีปริมาณโซเดียมสูง และควรดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน
  2. ใช้ยาตามแพทย์สั่ง โดยเฉพาะยาแก้ปวด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาทุกครั้ง
  3. ดูแลสุขภาพร่างกายโดยรวม การออกกำลังกายและพักผ่อนอย่างเพียงพอจะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง


เริ่มต้นดูแลสุขภาพไต และเพิ่มเกราะป้องกันทางการเงินด้วยประกันโรคร้ายแรง

เพราะไตมีเพียงคู่เดียวในร่างกาย อย่ารอให้เสียหายแล้วค่อยดูแล ควรรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ไม่ปรุงรสจัด และพักผ่อนอย่างเพียงพอ แล้วอย่าลืมเสริมสร้างสุขภาพทางการเงินด้วยการทำประกันโรคร้ายแรง สมัครออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงจากเมืองไทยประกันชีวิต (MTL) สะดวกและมั่นใจ พร้อมดูแลคุณทุกช่วงชีวิต


ข้อมูลอ้างอิง

  1. สถิติ โรคไตเรื้อรัง เปิดแนวทางป้องกัน-ชะลอความเสื่อมของไต. สืบค้นเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 จาก https://www.tnnthailand.com/health/140762/




หมวดหมู่ :
โรคร้ายแรง
ดูบทความอื่นที่เกี่ยวข้อง :
ประกันโรคร้ายแรง เจอจ่ายจบ ออนไลน์