บทความนี้จึงอยากพาทุกคนไป “เช็กสิทธิประกันสังคมมาตรา 33” แบบละเอียด เพื่อให้เรารู้ว่า ประกันสังคมได้อะไรบ้าง และเราสามารถใช้สิทธิเหล่านี้ได้เมื่อไร ในสถานการณ์ใดบ้าง โดยเฉพาะสิทธิที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีอยู่จริง

ประกันสังคมมาตรา 33 คือ หลักประกันพื้นฐานที่คนทำงานในระบบบริษัทเอกชนทุกคนจะต้องเข้าสังกัดโดยอัตโนมัติ โดยมีทั้งนายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจ่ายเงินสมทบเข้าสู่กองทุนประกันสังคมทุกเดือน เป้าหมายหลักคือการให้ความคุ้มครองในกรณีต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ประกันตน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ การคลอดบุตร การว่างงาน หรือชราภาพ
หากถามว่าประกันสังคมคุ้มครองอะไรบ้าง ? เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกับสิทธิการรักษาพยาบาลที่สุด ซึ่งสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในตามโรงพยาบาลที่เลือกไว้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และครอบคลุมทั้งค่ายา ค่าห้อง ค่าแพทย์ รวมถึงค่ารักษาและฟื้นฟูตามมาตรฐาน
นอกจากสิทธิการรักษาพยาบาลแล้ว หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าประกันสังคมมาตรา 33 ให้สิทธิทางทันตกรรมฟรี ภายในวงเงิน 900 บาทต่อปี สำหรับบริการขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน หรือผ่าฟันคุด เพียงแค่ยื่นบัตรประชาชนที่โรงพยาบาลเครือข่ายประกันสังคม
สิทธิที่หลายคนพลาดไป คือการตรวจสุขภาพประจำปีฟรี โดยให้สิทธิในการตรวจร่างกายเพื่อคัดกรองโรค เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือด เพื่อการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและตรวจหาโรคให้เจอตั้งแต่เนิ่น ๆ
สำหรับคุณแม่ที่เป็นผู้ประกันตน สามารถขอรับเงินสงเคราะห์คลอดบุตร 15,000 บาท และสามารถเบิกค่าตรวจฝากครรภ์และค่าคลอดได้ตามจริง โดยจะต้องจ่ายเงินสมทบครบ 5 เดือนขึ้นไปภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนคลอด อีกทั้งผู้ประกันตนหญิงยังมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย 90 วัน รวมถึงสามารถเบิกค่าตรวจและฝากครรภ์ ได้ตามจริงสูงสุดไม่เกิน 1,500 บาท จำนวน 5 ครั้ง
สิทธิที่หลายคนอาจไม่เคยใช้ คือเงินสงเคราะห์บุตร ซึ่งจ่ายให้เดือนละ 1,000 บาท ต่อบุตรหนึ่งคน สำหรับบุตรที่มีอายุไม่เกิน 6 ปี และไม่เกิน 3 คนต่อครอบครัว โดยผู้ประกันจะต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือ 12 เดือน ภายใน 36 เดือน เงินนี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูเด็ก โดยเฉพาะในช่วงปีแรกได้อย่างมาก
หากเกิดอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วยจนทุพพลภาพ ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ส่งเงินสมทบไม่ต่ำกว่า 3 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนทุพพลภาพ จะได้รับสิทธิประโยชน์ 2 ส่วน ได้แก่
นอกจากนี้ยังสามารถเบิกค่ารถพยาบาลได้ไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน และมีค่าใช้จ่ายสำหรับการฟื้นฟูสมรรถภาพตามที่กำหนดอีกด้วย
หากผู้ประกันตนเคยจ่ายเงินสมทบมาแล้วอย่างน้อย 1 เดือน ภายใน 6 เดือนก่อนเสียชีวิต ผู้จัดงานศพจะได้รับค่าทำศพ 50,000 บาท และจะได้รับเงินสงเคราะห์เพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบของผู้เสียชีวิตดังนี้
สำหรับผู้ที่จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือนในช่วง 15 เดือนก่อนว่างงาน จะได้รับเงินตามสิทธิประกันสังคมมาตรา 33 โดยแบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้
สิทธิสุดท้ายที่หลายคนอาจไม่เคยคิดถึงคือ เงินบำเหน็จและบำนาญชราภาพ ซึ่งจะเริ่มจ่ายเมื่ออายุครบ 55 ปี โดยจะได้รับเงินสมทบตามเงื่อนไข ดังนี้
แม้ว่าประกันสังคมมาตรา 33 จะให้ความคุ้มครองที่หลากหลาย แต่ก็ยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น การรักษาเฉพาะในโรงพยาบาลที่กำหนด ไม่สามารถเลือกแพทย์เฉพาะทางได้ มีข้อจำกัดเรื่องห้องพัก และบางการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายสูงอาจไม่ครอบคลุมครบถ้วน
นอกจากนี้ ยังมีกรอบเงื่อนไขที่ชัดเจน เช่น ต้องจ่ายเงินสมทบครบตามระยะเวลาที่กำหนด ต้องแจ้งความต้องการใช้สิทธิล่วงหน้า และบางสิทธิอาจมีระยะเวลารอคอยก่อนจะสามารถใช้ได้ ซึ่งสิทธิประกันสังคมมาตรา 33 มีการอัปเดตอยู่เสมอ จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขให้ดีก่อนทุกครั้ง

การเช็กสิทธิประกันสังคมมาตรา 33 ในปัจจุบันทำได้ง่าย โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานประกันสังคม ด้วยทั้ง 3 ช่องทาง ได้แก่
แม้สิทธิประกันสังคมมาตรา 33 จะครอบคลุมหลายด้าน แต่ก็ยังมีข้อจำกัดด้านจำนวนเงินและเงื่อนไขเฉพาะบางกรณี หากคุณต้องการความคุ้มครองที่มากกว่า เช่น การรักษาในโรงพยาบาลเอกชนระดับพรีเมียม การเลือกแพทย์หรือห้องพัก หรือรับบริการที่นอกเหนือจากในสิทธิประกันสังคม แนะนำให้มองหาประกันสุขภาพเพิ่มเติมเพื่อสร้างทางเลือกในการรักษาและลดภาระค่าใช้จ่าย
ประกันสุขภาพ จากเมืองไทยประกันชีวิต (MTL) ช่วยแบ่งเบาภาระเมื่อเจ็บป่วย โดยสามารถเลือกได้ทั้ง IPD และ OPD กับหลากหลายแผนประกันภัย สามารถเช็กเบี้ยประกันและซื้อออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่เว็บไซต์เมืองไทยประกันชีวิต (MTL)
ข้อมูลอ้างอิง