ม.ค. 2569

เช็กสิทธิประกันสังคมมาตรา 33 ที่ควรรู้ เพื่อใช้ให้ครอบคลุม !

แม้ว่าเราจะถูกหักเงินเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือนโดยอัตโนมัติ แต่หลายคนกลับไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองมีสิทธิอะไรบ้าง หรือแม้แต่เคยใช้สิทธิที่มีอยู่ก็เพียงบางส่วนเท่านั้น โดยเฉพาะพนักงานเงินเดือนที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองของประกันสังคมมาตรา 33 ซึ่งให้สิทธิประโยชน์มากกว่าที่คิด โดยไม่ได้ครอบคลุมแค่การรักษาพยาบาล แต่ยังมีสวัสดิการอื่น ๆ ที่สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริงในชีวิตประจำวัน ทั้งในยามเจ็บป่วย ยามว่างงาน หรือแม้แต่ในวันที่เกษียณ
บทความนี้.. มีอะไรบ้าง

บทความนี้จึงอยากพาทุกคนไป “เช็กสิทธิประกันสังคมมาตรา 33” แบบละเอียด เพื่อให้เรารู้ว่า ประกันสังคมได้อะไรบ้าง และเราสามารถใช้สิทธิเหล่านี้ได้เมื่อไร ในสถานการณ์ใดบ้าง โดยเฉพาะสิทธิที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีอยู่จริง



ประกันสังคมมาตรา 33 คืออะไร ?

ประกันสังคมมาตรา 33 คือ หลักประกันพื้นฐานที่คนทำงานในระบบบริษัทเอกชนทุกคนจะต้องเข้าสังกัดโดยอัตโนมัติ โดยมีทั้งนายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจ่ายเงินสมทบเข้าสู่กองทุนประกันสังคมทุกเดือน เป้าหมายหลักคือการให้ความคุ้มครองในกรณีต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ประกันตน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ การคลอดบุตร การว่างงาน หรือชราภาพ


9 สิทธิประโยชน์จากประกันสังคมมาตรา 33 ที่หลายคนไม่เคยรู้

1. สิทธิรักษาพยาบาล

หากถามว่าประกันสังคมคุ้มครองอะไรบ้าง ? เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกับสิทธิการรักษาพยาบาลที่สุด ซึ่งสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในตามโรงพยาบาลที่เลือกไว้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และครอบคลุมทั้งค่ายา ค่าห้อง ค่าแพทย์ รวมถึงค่ารักษาและฟื้นฟูตามมาตรฐาน


2. สิทธิทำฟัน

นอกจากสิทธิการรักษาพยาบาลแล้ว หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าประกันสังคมมาตรา 33 ให้สิทธิทางทันตกรรมฟรี ภายในวงเงิน 900 บาทต่อปี สำหรับบริการขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน หรือผ่าฟันคุด เพียงแค่ยื่นบัตรประชาชนที่โรงพยาบาลเครือข่ายประกันสังคม


3. ตรวจร่างกายประจำปี

สิทธิที่หลายคนพลาดไป คือการตรวจสุขภาพประจำปีฟรี โดยให้สิทธิในการตรวจร่างกายเพื่อคัดกรองโรค เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือด เพื่อการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและตรวจหาโรคให้เจอตั้งแต่เนิ่น ๆ


4. เงินสงเคราะห์คลอดบุตรและค่าฝากครรภ์ตามเงื่อนไข

สำหรับคุณแม่ที่เป็นผู้ประกันตน สามารถขอรับเงินสงเคราะห์คลอดบุตร 15,000 บาท และสามารถเบิกค่าตรวจฝากครรภ์และค่าคลอดได้ตามจริง โดยจะต้องจ่ายเงินสมทบครบ 5 เดือนขึ้นไปภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนคลอด อีกทั้งผู้ประกันตนหญิงยังมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย 90 วัน รวมถึงสามารถเบิกค่าตรวจและฝากครรภ์ ได้ตามจริงสูงสุดไม่เกิน 1,500 บาท จำนวน 5 ครั้ง


5. เงินสงเคราะห์บุตร

สิทธิที่หลายคนอาจไม่เคยใช้ คือเงินสงเคราะห์บุตร ซึ่งจ่ายให้เดือนละ 1,000 บาท ต่อบุตรหนึ่งคน สำหรับบุตรที่มีอายุไม่เกิน 6 ปี และไม่เกิน 3 คนต่อครอบครัว โดยผู้ประกันจะต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือ 12 เดือน ภายใน 36 เดือน เงินนี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูเด็ก โดยเฉพาะในช่วงปีแรกได้อย่างมาก


6. กรณีทุพพลภาพ สามารถรับเงินทดแทนรายเดือนและค่ารักษาพยาบาลได้>

หากเกิดอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วยจนทุพพลภาพ ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ส่งเงินสมทบไม่ต่ำกว่า 3 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนทุพพลภาพ จะได้รับสิทธิประโยชน์ 2 ส่วน ได้แก่

  1. เงินทดแทนการขาดรายได้ โดยหากทุพพลภาพรุนแรงจะได้รับเงิน 50% ของค่าจ้างเฉลี่ยตลอดชีวิต แต่หากทุพพลภาพไม่รุนแรงจะได้รับเงิน 30% ของค่าจ้างเป็นระยะเวลาไม่เกิน 180 เดือน
  2. ค่าบริการทางการแพทย์ ซึ่งจะช่วยให้สามารถเข้ารักษาในโรงพยาบาลของรัฐได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่หากเป็นโรงพยาบาลเอกชนจะสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกได้ไม่เกิน 2,000 บาทต่อเดือน และผู้ป่วยในไม่เกิน 4,000 บาทต่อเดือน


นอกจากนี้ยังสามารถเบิกค่ารถพยาบาลได้ไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน และมีค่าใช้จ่ายสำหรับการฟื้นฟูสมรรถภาพตามที่กำหนดอีกด้วย


7. เสียชีวิต ได้ค่าทำศพ พร้อมเงินสงเคราะห์

หากผู้ประกันตนเคยจ่ายเงินสมทบมาแล้วอย่างน้อย 1 เดือน ภายใน 6 เดือนก่อนเสียชีวิต ผู้จัดงานศพจะได้รับค่าทำศพ 50,000 บาท และจะได้รับเงินสงเคราะห์เพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบของผู้เสียชีวิตดังนี้

  1. จ่ายเงินสมทบ 36 - 119 เดือน จะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 2 เดือน
  2. จ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไป จะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ย 6 เดือน


8. ว่างงาน

สำหรับผู้ที่จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือนในช่วง 15 เดือนก่อนว่างงาน จะได้รับเงินตามสิทธิประกันสังคมมาตรา 33 โดยแบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้

  1. กรณีลาออกเอง จะได้รับเงินชดเชย 30% ของค่าจ้าง เป็นเวลา 90 วัน
  2. กรณีนายจ้างเลิกจ้าง จะได้รับเงินชดเชย 50% ของค่าจ้าง เป็นเวลา 180 วัน


9. ชราภาพ รับเงินบำนาญตามเงื่อนไข

สิทธิสุดท้ายที่หลายคนอาจไม่เคยคิดถึงคือ เงินบำเหน็จและบำนาญชราภาพ ซึ่งจะเริ่มจ่ายเมื่ออายุครบ 55 ปี โดยจะได้รับเงินสมทบตามเงื่อนไข ดังนี้

  1. เงินบำเหน็จชราภาพ (จ่ายครั้งเดียวเป็นก้อน) สำหรับผู้ที่ส่งเงินสมทบ น้อยกว่า 180 เดือน (15 ปี) โดยจะได้รับเงินคืนทั้งหมดที่ตนเองและนายจ้างส่งไปพร้อมผลประโยชน์
  2. เงินบำนาญชราภาพ (จ่ายเป็นรายเดือนตลอดชีวิต) สำหรับผู้ที่ส่งเงินสมทบ ตั้งแต่ 180 เดือนขึ้นไป (15 ปีขึ้นไป) จะได้รับเงินบำนาญเป็นรายเดือนไปตลอดชีวิต โดยจำนวนเงินที่ได้รับจะเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด


แม้ว่าประกันสังคมมาตรา 33 จะให้ความคุ้มครองที่หลากหลาย แต่ก็ยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น การรักษาเฉพาะในโรงพยาบาลที่กำหนด ไม่สามารถเลือกแพทย์เฉพาะทางได้ มีข้อจำกัดเรื่องห้องพัก และบางการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายสูงอาจไม่ครอบคลุมครบถ้วน


นอกจากนี้ ยังมีกรอบเงื่อนไขที่ชัดเจน เช่น ต้องจ่ายเงินสมทบครบตามระยะเวลาที่กำหนด ต้องแจ้งความต้องการใช้สิทธิล่วงหน้า และบางสิทธิอาจมีระยะเวลารอคอยก่อนจะสามารถใช้ได้ ซึ่งสิทธิประกันสังคมมาตรา 33 มีการอัปเดตอยู่เสมอ จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขให้ดีก่อนทุกครั้ง



เช็กสิทธิประกันสังคมมาตรา 33 ง่าย ๆ ด้วยตัวเองผ่าน 3 ช่องทางหลัก

การเช็กสิทธิประกันสังคมมาตรา 33 ในปัจจุบันทำได้ง่าย โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สำนักงานประกันสังคม ด้วยทั้ง 3 ช่องทาง ได้แก่

  1. เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ www.sso.go.th เลือกเข้าสู่ระบบ ก็จะสามารถดูประวัติการชำระเงินสมทบ เบิกสิทธิประโยชน์ รวมถึงเปลี่ยนสถานพยาบาล ได้ด้วยตัวเอง
  2. แอปพลิเคชัน “SSO Connect” โดยสามารถลงทะเบียนได้ง่ายด้วยเลขประจำตัวประชาชนและเบอร์โทรศัพท์ เพื่อเช็กสิทธิและติดตามสถานะได้อย่างสะดวก
  3. โทรสายด่วนประกันสังคม 1506 ซึ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จะช่วยตอบข้อสงสัยและแจ้งข้อมูลสิทธิให้ได้ทันที


เพิ่มทางเลือกในการรักษา ด้วยประกันสุขภาพ จากเมืองไทยประกันชีวิต (MTL)

แม้สิทธิประกันสังคมมาตรา 33 จะครอบคลุมหลายด้าน แต่ก็ยังมีข้อจำกัดด้านจำนวนเงินและเงื่อนไขเฉพาะบางกรณี หากคุณต้องการความคุ้มครองที่มากกว่า เช่น การรักษาในโรงพยาบาลเอกชนระดับพรีเมียม การเลือกแพทย์หรือห้องพัก หรือรับบริการที่นอกเหนือจากในสิทธิประกันสังคม แนะนำให้มองหาประกันสุขภาพเพิ่มเติมเพื่อสร้างทางเลือกในการรักษาและลดภาระค่าใช้จ่าย


ประกันสุขภาพ จากเมืองไทยประกันชีวิต (MTL) ช่วยแบ่งเบาภาระเมื่อเจ็บป่วย โดยสามารถเลือกได้ทั้ง IPD และ OPD กับหลากหลายแผนประกันภัย สามารถเช็กเบี้ยประกันและซื้อออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่เว็บไซต์เมืองไทยประกันชีวิต (MTL)


ข้อมูลอ้างอิง

  1. ประกันสังคม “สิทธิ” ที่มนุษย์เงินเดือนต้องรู้. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 จาก https://www.senate.go.th/view/386/News/SenateMagazine/287/TH-TH
  2. เช็กด่วน รัฐบาลมอบเงินสงเคราะห์บุตรอัตราใหม่ ของผู้ประกันตน ม.33 และ 39. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 จาก https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/95966

หมวดหมู่ :
สุขภาพ
ดูบทความอื่นที่เกี่ยวข้อง :
ประกันสุขภาพ