
โรคเบาหวาน คือ ภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากร่างกายผลิตอินซูลินไม่เพียงพอ หรือไม่สามารถใช้อินซูลินได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอินซูลินเป็นฮอร์โมนจากตับอ่อนที่มีหน้าที่ควบคุมการนำน้ำตาล (กลูโคส) จากเลือดเข้าสู่เซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงาน เมื่อกระบวนการนี้ผิดปกติ น้ำตาลก็จะสะสมอยู่ในกระแสเลือดมากเกินไป และค่อย ๆ ทำลายอวัยวะสำคัญภายในร่างกาย
โรคเบาหวานมีสาเหตุมาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่
ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวานมักมีแนวโน้มเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป เพราะยีนบางชนิดมีผลต่อการผลิตและการทำงานของอินซูลิน
โรคเบาหวานสามารถมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันได้เช่นกัน เช่น
การปรับพฤติกรรมด้านอาหาร การออกกำลังกาย และการควบคุมน้ำหนัก จึงเป็นวิธีป้องกันโรคเบาหวานในระยะยาว เพราะช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีขึ้น คงสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด และป้องกันการพัฒนาไปสู่ภาวะดื้อต่ออินซูลินที่รุนแรงกว่า
อาการโรคเบาหวานสามารถแบ่งตามกลไกของโรคออกเป็น 4 ชนิด ได้แก่
มักพบในเด็กและวัยรุ่น เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำลายเซลล์ตับอ่อนที่ผลิตอินซูลิน ทำให้ร่างกายขาดอินซูลินโดยสมบูรณ์ จำเป็นต้องได้รับการฉีดอินซูลินตลอดชีวิตเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
เป็นชนิดที่พบได้มากที่สุด โดยเฉพาะในผู้ใหญ่ หรือผู้ที่มีน้ำหนักเกินและไม่ออกกำลังกาย โรคเบาหวานชนิดนี้มีสาเหตุหลักมาจากภาวะดื้อต่ออินซูลิน กล่าวคือ ร่างกายยังผลิตอินซูลินได้ แต่ใช้งานได้ไม่เต็มที่
มักเกิดขึ้นในหญิงตั้งครรภ์บางราย เนื่องจากฮอร์โมนจากรกส่งผลให้ร่างกายใช้อินซูลินได้น้อยลง หลังคลอดอาการมักหายไป แต่จะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในอนาคตได้
โรคเบาหวานกลุ่มนี้มีสาเหตุมาจากปัจจัยหรือโรคอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการทำงานของตับอ่อน หรือรบกวนกระบวนการใช้อินซูลินของร่างกาย เช่น โรคตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง การผ่าตัดตับอ่อน โรคต่อมไร้ท่อ การใช้ยาบางชนิด การติดเชื้อ หรือโรคทางพันธุกรรมบางชนิด จึงต้องได้รับการวินิจฉัยและวิธีรักษาโรคเบาหวานแบบเฉพาะทาง เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในอนาคต
เบาหวานไม่ใช่โรคที่จะเกิดขึ้นในทันที แต่จะค่อย ๆ พัฒนาเป็นลำดับ โดยสามารถแบ่งโรคเบาหวานออกได้เป็น 3 ระยะ ดังนี้
ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติเล็กน้อย แต่ยังไม่ถึงเกณฑ์ของโรคเบาหวาน หากตรวจพบในระยะนี้และปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตได้ทัน เช่น ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและลดน้ำหนัก จะสามารถป้องกันไม่ให้พัฒนาเป็นเบาหวานระยะถัดไปได้
ในระยะนี้ ระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ร่างกายเริ่มแสดงอาการบางอย่าง เช่น กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย หรือเหนื่อยง่าย หากไม่ได้รับการรักษาหรือควบคุมระดับน้ำตาล จะส่งผลให้โรคลุกลามสู่ระยะเรื้อรัง
เป็นระยะที่ระดับน้ำตาลในเลือดยังคงสูงเป็นเวลานาน และเริ่มส่งผลกระทบต่ออวัยวะต่าง ๆ เช่น ตา ไต หัวใจ ระบบประสาท หากปล่อยไว้โดยไม่ได้เข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น เบาหวานขึ้นตา แผลเบาหวาน หรือไตวายเรื้อรังได้
การรู้เท่าทันอาการโรคเบาหวานจะช่วยให้คุณสามารถเข้ารับการวินิจฉัยและรักษาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยทั่วไป อาการที่มักพบ ได้แก่
หากมีอาการเหล่านี้หลายข้อรวมกัน แนะนำว่าควรรีบไปตรวจระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อป้องกันการพัฒนาไปสู่โรคเบาหวานระยะที่รุนแรงกว่าเดิม

แม้เบาหวานจะเป็นโรคเรื้อรัง แต่ก็สามารถควบคุมให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยได้ ด้วยแนวทางต่อไปนี้
เบาหวาน เป็นโรคที่แม้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมให้อยู่ในระดับปลอดภัยได้ หากรู้เท่าทันสาเหตุและอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ต้องการความอุ่นใจมากขึ้นในยามเจ็บป่วย การมีแผนคุ้มครองสุขภาพที่เหมาะสมจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและมอบความมั่นคงในระยะยาว เพราะค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคเรื้อรังอย่างเบาหวานอาจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เริ่มวางแผนทางการเงินของคุณวันนี้ ด้วยการซื้อประกันสุขภาพจากเมืองไทยประกันชีวิต (MTL) ครอบคลุมทั้ง IPD (ผู้ป่วยใน) และ OPD (ผู้ป่วยนอก) เพื่อให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในทุกวัน ไม่ว่าจะเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นเมื่อใด ก็ยังสามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างสบายใจ
แหล่งอ้างอิง