ม.ค. 2569

แสบกลางท้องบ่อย อย่าชะล่าใจ ! เพราะอาจเป็นสัญญาณโรคกระเพาะ

อาการปวดท้องที่รู้สึกแสบร้อนบริเวณลิ้นปี่ หรือแน่นท้องจนแทบทนไม่ไหว อาจไม่ใช่แค่เรื่องของอาหารไม่ย่อยอย่างที่หลายคนคิด แต่เป็นสัญญาณเตือนของ "โรคกระเพาะอาหาร" ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากปล่อยไว้นานอาจลุกลามจนกลายเป็นแผลในกระเพาะอาหาร หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายต่อชีวิตได้
บทความนี้.. มีอะไรบ้าง

ดังนั้น มาทำความรู้จักกับโรคกระเพาะอย่างละเอียด ตั้งแต่สาเหตุ อาการ วิธีรักษา ไปจนถึงสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง เพื่อให้คุณเข้าใจและสามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้อย่างถูกต้อง



โรคกระเพาะคืออะไร ?

โรคกระเพาะอาหาร (Gastritis) คือ ภาวะที่เยื่อบุกระเพาะอาหารเกิดการอักเสบจากกรดและเอนไซม์ภายในกระเพาะ ซึ่งทำหน้าที่ย่อยอาหาร หากเยื่อบุกระเพาะถูกทำลายจากกรดมากเกินไป จะทำให้เกิดอาการปวดแสบ แน่นท้อง หรือไม่สบายบริเวณลิ้นปี่ได้ โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งแบบเฉียบพลัน (Acute Gastritis) และเรื้อรัง (Chronic Gastritis)


  1. โรคกระเพาะเฉียบพลัน มักเกิดจากการกินอาหารไม่เป็นเวลา เครียด หรือใช้ยาแก้อักเสบติดต่อกันเป็นเวลานาน อาการจะมาเร็วและรุนแรงแต่หายได้เร็วหากดูแลถูกวิธี
  2. โรคกระเพาะเรื้อรัง มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter Pylori หรือ H. Pylori ทำให้เยื่อบุกระเพาะถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง ต้องได้รับการรักษาอย่างจริงจัง


สาเหตุหลักของโรคกระเพาะ

สาเหตุของโรคกระเพาะมีได้หลายปัจจัย โดยส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น


การกินอาหารไม่เป็นเวลา

การปล่อยให้ท้องว่างนานเกินไป หรือการกินอาหารมื้อใหญ่ในครั้งเดียว ทำให้กรดในกระเพาะเพิ่มขึ้นและระคายเคืองเยื่อบุกระเพาะ


ดื่มกาแฟ แอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่เป็นประจำ

คาเฟอีนและแอลกอฮอล์กระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร ส่วนสารนิโคตินในบุหรี่จะลดการสร้างเมือกเคลือบกระเพาะ ทำให้เยื่อบุกระเพาะอ่อนแอ


การใช้ยาแก้อักเสบ (NSAIDs) เป็นเวลานาน

เช่น แอสไพริน หรือไอบูโพรเฟน หากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานโดยไม่อยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ อาจทำให้เยื่อบุกระเพาะบางลงและเกิดแผลได้


การติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter Pylori

เป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลัก ๆ ของโรคกระเพาะเรื้อรังและแผลในกระเพาะอาหาร โดยเชื้อนี้จะอาศัยอยู่ในเยื่อบุกระเพาะและสามารถสร้างสารทำลายผนังกระเพาะอาหารได้


ภาวะเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ

ความเครียดกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งกรดในกระเพาะเพิ่มขึ้น และลดการไหลเวียนของเลือดในเยื่อบุกระเพาะ ทำให้แผลในกระเพาะอาหารหายช้า


สัญญาณเตือนโรคกระเพาะ มีอาการอย่างไรบ้าง ?

สำหรับโรคกระเพาะ อาการโดยทั่วไปมักเริ่มจากความรู้สึกไม่สบายท้องเล็กน้อย ไปจนถึงอาการปวดแสบท้องขั้นรุนแรง หากคุณสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที


  1. ปวดแสบหรือแน่นบริเวณลิ้นปี่ โดยเฉพาะช่วงท้องว่างหรือหลังกินอาหาร
  2. คลื่นไส้ อาเจียน หรือรู้สึกไม่อยากอาหาร เนื่องจากกระเพาะหลั่งกรดมากเกินไป
  3. จุกท้อง แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย หรือมีอาการเรอเปรี้ยว โดยเฉพาะหลังมื้อหนัก ๆ หรือมื้อดึก
  4. น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ เพราะร่างกายดูดซึมอาหารได้ไม่ดี
  5. ในกรณีรุนแรงอาจมีการอาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระสีดำ ซึ่งเป็นสัญญาณของภาวะเลือดออกในกระเพาะอาหาร ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที


เป็นโรคกระเพาะ กี่วันหายเป็นปกติ ?

คำถามที่หลายคนมักสงสัย คือ เป็นโรคกระเพาะ กี่วันหาย ? คำตอบนั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุและระดับความรุนแรงของอาการ หากเกิดจากพฤติกรรมชั่วคราว เช่น อดอาหาร เครียด หรือกินอาหารไม่เป็นเวลา เมื่อปรับพฤติกรรมได้ถูกต้อง อาการมักดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์


แต่หากเป็นโรคกระเพาะเรื้อรัง หรือเกิดจากการติดเชื้อ Helicobacter Pylori ต้องใช้เวลารักษานานหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน


แล้วเมื่อเป็นโรคกระเพาะต้องกินยาอะไร ? ส่วนใหญ่ แพทย์จะใช้ยาปฏิชีวนะร่วมกับยาลดกรด (Antacid) และยาลดการหลั่งกรด (Proton Pump Inhibitor) เพื่อช่วยให้แผลสมานเร็วขึ้น


อย่างไรก็ตาม หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ ควรเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม เพราะอาจมีภาวะอื่นร่วมด้วย เช่น แผลในกระเพาะหรือลำไส้เล็กส่วนต้น



เป็นโรคกระเพาะ ห้ามกินอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ ?

การดูแลอาหารเป็นเรื่องสำคัญ เพราะอาหารบางชนิดอาจกระตุ้นให้กรดในกระเพาะเพิ่มขึ้นหรือระคายเคืองเยื่อบุกระเพาะได้มากขึ้น เช่น


  1. อาหารรสจัด เช่น เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด หรือเค็มจัด
  2. เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา และน้ำอัดลม
  3. แอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ ซึ่งทำลายเยื่อบุกระเพาะและลดการสมานแผล
  4. อาหารมัน ทอด หรือมีไขมันสูง เพราะย่อยยากและทำให้กระเพาะหลั่งกรดมากขึ้น
  5. อาหารหมักดอง เช่น กะปิ ปลาร้า ไส้กรอก หรือผักดองที่มีกรดสูง
  6. อาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส เช่น ถั่วต่าง ๆ หัวหอม และเครื่องดื่มอัดแก๊ส


หากหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้ได้ จะช่วยให้การรักษาได้ผลดีขึ้น และลดโอกาสการกลับมาเป็นโรคกระเพาะซ้ำได้ในระยะยาว


แนวทางดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคกระเพาะ

แม้โรคกระเพาะจะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่หากละเลยการดูแลตัวเองก็อาจทำให้ลุกลามและกลายเป็นโรคเรื้อรังได้ ดังนั้น การปรับพฤติกรรมและการดูแลสุขภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยควรปฏิบัติตามหลักสำคัญ ๆ ดังนี้


  1. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูและลดการหลั่งกรดเกินจำเป็น
  2. หลีกเลี่ยงความเครียด โดยทำกิจกรรมอื่นที่ช่วยผ่อนคลาย เช่น เดินเล่น ฟังเพลง หรือทำสมาธิ
  3. ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอตลอดวัน เพื่อช่วยเจือจางกรดและลดการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร
  4. หลีกเลี่ยงการนอนทันทีหลังมื้ออาหาร ควรเว้นอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง เพื่อป้องกันกรดไหลย้อน
  5. หมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี หากมีอาการเรื้อรังหรือกลับมาเป็นซ้ำบ่อยครั้ง ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหาร


อย่ามองข้ามอาการปวดท้องเล็กน้อย เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคกระเพาะ

โรคกระเพาะ เป็นปัญหาสุขภาพที่เกิดได้ง่ายในกลุ่มวัยทำงาน เนื่องจากวิถีชีวิตที่เร่งรีบ เครียด และละเลยการกินอาหารอย่างเหมาะสม ดังนั้น หากมีอาการปวดแสบท้อง แน่นลิ้นปี่ หรือคลื่นไส้บ่อย ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง อย่าปล่อยให้อาการเล็กน้อยกลายเป็นภาวะเรื้อรังที่ยากต่อการรักษา


และเพื่อให้การดูแลสุขภาพมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น เลือกทำประกันสุขภาพกับเมืองไทยประกันชีวิต (MTL) ได้ก่อนเลยวันนี้ ให้คุณอุ่นใจ ก่อนเสี่ยงเจอโรคกระเพาะหรือโรคใด ๆ ให้คุณสามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงทีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย เรามีแผนประกันให้เลือกหลากหลาย ครอบคลุมทั้งค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน ผู้ป่วยนอก และค่าตรวจวินิจฉัย เพื่อให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์และงบประมาณของแต่ละคน สามารถดูรายละเอียดแผนประกันสุขภาพเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์


แหล่งอ้างอิง

  1. Gastritis. สืบค้นเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 จาก https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/gastritis/symptoms-causes/syc-20355807
  2. Gastritis: What It Is, Symptoms, Causes & Treatment. สืบค้นเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 จาก https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/10349-gastritis.

หมวดหมู่ :
สุขภาพ