หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่อยากหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำประกันสุขภาพ เราจะพาไปรู้จักประกันสุขภาพแบบเข้าใจง่าย โดยไม่เพียงแค่การจำแนกประเภทต่าง ๆ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงวิธีการเลือกแบบที่เหมาะสมกับพฤติกรรม ไลฟ์สไตล์ รายได้ รวมทั้งความเสี่ยงเฉพาะตัวของคุณด้วย

ประกันสุขภาพ คือ กรมธรรม์ประกันภัยหรือสัญญาเพิ่มเติมที่ให้ความคุ้มครองในกรณีที่ผู้เอาประกันเจ็บป่วย หรือได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ โดยบริษัทประกันจะช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาล ค่ายา ค่าห้องพัก ค่าผ่าตัด หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามความคุ้มครองที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
จุดเด่นของประกันสุขภาพ คือ การช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และช่วยให้สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องใช้เงินสำรองจำนวนมาก
ประกันสุขภาพมีให้เลือกหลายรูปแบบ ซึ่งให้ความคุ้มครองและมีวัตถุประสงค์ที่ต่างกันไป แบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้
แผนประกันแบบผู้ป่วยในจะให้ความคุ้มครองในกรณีที่คุณต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยรวมไปถึงค่าห้องพัก ค่าพยาบาล ค่ายา ค่าผ่าตัด รวมถึงค่าตรวจวินิจฉัยต่าง ๆ ซึ่งค่ารักษาพยาบาลประเภทนี้มักมีราคาสูง โดยเฉพาะหากรักษาในโรงพยาบาลเอกชน
เหมาะสำหรับ : ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน หรือมีโอกาสเจ็บป่วยรุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาล ซึ่งการมี IPD จะช่วยให้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่อาจสูงถึงหลักหมื่นหรือหลักแสน
แผนประกันสุขภาพแบบผู้ป่วยนอก ต่างจากแบบผู้ป่วยในตรงที่จะให้ความคุ้มครองในกรณีที่คุณไปพบแพทย์แบบไม่ต้องนอนโรงพยาบาล เช่น ตรวจไข้หวัด เจ็บคอ ปวดหัว หรือโรคทั่วไปอื่น ๆ โดยคุ้มครองค่าตรวจ ค่ายา และค่าบริการทางการแพทย์แบบรายครั้ง ซึ่งส่วนมากจะมีการกำหนดจำนวนครั้งหรือวงเงินต่อปี
เหมาะสำหรับ : ผู้ที่มีแนวโน้มเจ็บป่วยเล็กน้อยบ่อย ๆ หรือต้องพบแพทย์เป็นประจำ เช่น ผู้มีโรคภูมิแพ้ หรือโรคเรื้อรังบางประเภท การมี OPD จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้มาก
แผนประกันโรคร้ายแรงมักจะมอบเงินก้อนให้ทันที เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรงตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เช่น มะเร็ง โรคหัวใจ หรือไตวาย โดยเงินก้อนนี้สามารถนำไปใช้รักษาตัว หรือใช้จ่ายในชีวิตประจำวันขณะรักษาโรคก็ได้
เหมาะสำหรับ : ผู้ที่ต้องการเตรียมความพร้อมรับมือกับโรคที่อาจต้องใช้เงินรักษาจำนวนมากในระยะยาว หรือมีคนในครอบครัวเคยมีประวัติเจ็บป่วยด้วยโรคเหล่านี้มาก่อน
ประกันแบบเหมาจ่าย ถือเป็นตัวเลือกที่ยืดหยุ่น และครอบคลุมที่สุด เพราะไม่แยกรายการค่าใช้จ่ายทุกรายการ แต่ให้วงเงินรวมที่สามารถนำไปใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาลได้ในวงเงินเดียวกัน เช่นค่าห้อง ค่ายา ค่าหมอ หรือค่าผ่าตัด ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เลือกเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนที่มีค่าใช้จ่ายสูง
เหมาะสำหรับ : ผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย และไม่อยากกังวลเรื่องเพดานคุ้มครองในแต่ละรายการ เพราะประกันเหมาจ่ายส่วนใหญ่จะดูแลให้คุณตั้งแต่บาทแรกจนถึงวงเงินสูงสุดที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
เนื่องจากเด็กและผู้สูงอายุมีความต้องการด้านสุขภาพที่ต่างจากคนทั่วไป ประกันสุขภาพประเภทนี้จึงออกแบบมาให้เหมาะสมกับช่วงวัย เช่น สำหรับเด็ก อาจคุ้มครองวัคซีนหรือการรักษาโรคที่มักเกิดในวัยเด็ก ส่วนของผู้สูงอายุจะเน้นเรื่องโรคเรื้อรัง โรคที่เกี่ยวข้องกับอายุ และการเข้ารักษาบ่อยครั้ง
เหมาะสำหรับ : ครอบครัวที่ต้องการดูแลสุขภาพลูกน้อยตั้งแต่แรกเกิด หรือผู้ดูแลผู้สูงอายุที่อยากให้พ่อแม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามวัย
การเลือกแผนประกันสุขภาพที่เหมาะกับตัวเอง ไม่ควรพิจารณาเพียงแค่ราคาถูกหรือเบี้ยประกันภัยต่ำเท่านั้น เพราะความคุ้มครองที่ได้อาจไม่เพียงพอเมื่อต้องใช้งานจริง
หากต้องการเลือกแผนที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง ขอแนะนำให้เริ่มต้นจากการตอบ "3 คำถามหลัก" ที่เกี่ยวข้องกับตัวคุณโดยตรง ดังนี้
ประเมินสุขภาพของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา ว่าปกติแล้วคุณแข็งแรงดีหรือมีแนวโน้มป่วยบ่อยเพียงใด
พิจารณาว่าปกติคุณเลือกเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลประเภทใด เพราะจะส่งผลต่อประเภทแผนประกันที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณ
แม้ประกันสุขภาพจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่การเลือกแผนที่เกินกำลังจ่ายก็อาจทำให้คุณต้องยกเลิกกลางคัน การวางแผนงบประมาณจึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
คำแนะนำ : ค่าเบี้ยประกันภัยต่อปี ไม่ควรเกิน 10-15% ของรายได้ต่อปี เพื่อไม่ให้กระทบกับค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่นในชีวิต
ประกันชีวิตจะให้เงินชดเชยเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต ขณะที่ประกันสุขภาพจะให้ความคุ้มครองค่าใช้จ่ายเมื่อต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ
ยังสามารถซื้อได้ แต่เบี้ยประกันภัยจะสูงขึ้นตามอายุ และบางบริษัทอาจปฏิเสธรับประกันหากมีโรคประจำตัวแล้ว
ไม่จำเป็นต้องซื้อทั้งสองแบบ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้บริการรักษาของแต่ละคน หากไม่ค่อยเจ็บป่วยบ่อย แผน IPD พื้นฐานก็เพียงพอ และสามารถเพิ่มแผน OPD ในภายหลังได้ตามความต้องการและสถานการณ์สุขภาพ

เพราะโรคร้ายไม่เคยนัดหมาย การทำประกันสุขภาพแบบไม่ต้องสำรองจ่ายจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่ช่วยป้องกันภาระค่าใช้จ่ายมหาศาลที่อาจเกิดขึ้นได้ในเวลาอันรวดเร็ว
เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) มีแผนประกันสุขภาพที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นประกันผู้ป่วยใน (IPD) ผู้ป่วยนอก (OPD) ประกันโรคร้ายแรง หรือแผนเหมาจ่ายที่ให้ความยืดหยุ่นสูงสุด คุณสามารถเลือกประกันแผนที่เหมาะสมกับสุขภาพ งบประมาณ และพฤติกรรมการใช้บริการของคุณได้ตอนนี้ พร้อมเช็กเบี้ยประกันภัยและทำประกันสุขภาพออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ข้อมูลอ้างอิง