พ.ค. 2569

รู้ก่อนเรียกรถพยาบาล เตรียมตัวถูกวิธี รักษาชีวิตได้ทันเวลา

เหตุฉุกเฉินไม่เลือกเวลาและอาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้ การรู้จักเบอร์เรียกรถพยาบาล 1669, วิธีประเมินอาการฉุกเฉินตามระดับสีแดง เหลือง และเขียว, การเตรียมข้อมูลให้ครบก่อนโทรเรียกรถพยาบาลฉุกเฉิน รวมถึงการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องระหว่างรอเจ้าหน้าที่มาถึง ล้วนช่วยลดความตื่นตระหนกและเพิ่มโอกาสช่วยชีวิตได้จริง นอกจากนี้ การเข้าใจสิทธิ UCEP และ 6 อาการฉุกเฉินที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดยังเป็นสิ่งสำคัญที่ควรรู้ ช่วยให้เข้ารับการรักษาได้ทุกโรงพยาบาลโดยไม่ต้องสำรองจ่ายใน 72 ชั่วโมงแรก เพิ่มความปลอดภัยให้ชีวิตของคุณและคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี
บทความนี้.. มีอะไรบ้าง


สรุปข้อมูลสำคัญ อ่านก่อนเรียกรถพยาบาลฉุกเฉิน


เบอร์ติดต่อเพื่อเรียกรถพยาบาลฉุกเฉิน

หมายเลขที่ควรรู้และควรบันทึกไว้ในโทรศัพท์คือ 1669 ซึ่งเป็นสายด่วนระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทย ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน หรืออีกกรณีหนึ่ง อาจโทรติดต่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุด เพื่อความรวดเร็วในการประสานงานส่งตัวผู้ป่วยก็ได้เช่นกัน


สำหรับผู้ที่สงสัยว่าการเรียกรถพยาบาลมีค่าใช้จ่ายไหม คำตอบคือหากเป็นเหตุฉุกเฉิน สามารถโทรเรียก 1669 ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ แต่หากเป็นโรงพยาบาลเอกชน มักมีค่าใช้จ่ายตามอัตราที่โรงพยาบาลกำหนด


ส่วนในกรณีอุบัติเหตุรุนแรงหรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น รถชน ไฟไหม้ ควรโทรแจ้ง 191 ควบคู่กัน เพื่อให้ตำรวจและหน่วยกู้ภัยเข้าช่วยเหลือพร้อมกัน


ซื้อประกันอุบัติเหตุ ลดภาระค่าใช้จ่ายกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน


สิ่งที่ต้องเตรียมเมื่อต้องเรียกรถพยาบาล

เมื่อโทรแจ้งเหตุ ควรตั้งสติและเตรียมข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อให้ศูนย์สั่งการประเมินความเร่งด่วนและส่งทีมช่วยเหลือได้ตรงจุดมากที่สุด โดยข้อมูลที่จำเป็น ได้แก่


  1. ระบุตำแหน่งที่เกิดเหตุให้ชัดเจน เช่น จุดสังเกต ถนน ซอย หรือแชร์พิกัดด้วย Google Maps
  2. แจ้งความเสี่ยงที่อาจเกิดอุบัติเหตุซ้ำ เช่น อยู่ใกล้กับปั๊มน้ำมัน รถยนต์ที่ติดแก๊สเกิดอุบัติเหตุ
  3. ลักษณะอาการ ระดับความรู้สึกตัว อายุ เพศ และจำนวนผู้บาดเจ็บ
  4. ชื่อผู้แจ้งและเบอร์โทรศัพท์สำหรับติดต่อกลับ


ข้อควรทำและห้ามทำระหว่างรอรถพยาบาลมาถึง

หลังจากเรียกรถพยาบาลแล้ว ควรจัดพื้นที่ให้ปลอดภัย เพื่อเปิดทางให้รถพยาบาลเข้าถึงได้ง่าย และเฝ้าสังเกตอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด หากได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ ควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย


ส่วนสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือ การเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บโดยไม่จำเป็น การให้ยาเอง หรือการปล่อยผู้ป่วยอยู่ลำพัง เพราะอาจทำให้อาการแย่ลงได้


เช็กลิสต์อาการฉุกเฉิน เมื่อไรควรโทร. 1669

หากเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุทางถนน ตกจากที่สูง ถูกไฟฟ้าช็อต หรือจมน้ำ แม้ผู้ป่วยจะยังรู้สึกตัว ก็ต้องโทรแจ้ง 1669 และ 191 ทันทีทุกกรณี เพื่อให้แพทย์ประเมินอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง ส่วนผู้ป่วยในกรณีอื่น ๆ แนะนำให้พิจารณาเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินตามกลุ่มอาการ ดังนี้


กลุ่มอาการฉุกเฉินระดับสีแดง เป็นผู้ป่วยวิกฤต ต้องโทรทันที

อาการของผู้ป่วยสีแดง ได้แก่ หมดสติ ไม่หายใจ หายใจลำบาก เจ็บหน้าอกรุนแรง ชักต่อเนื่อง เลือดออกมาก แขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน หรือมีอาการสงสัยโรคหลอดเลือดสมอง กลุ่มนี้ต้องได้รับการช่วยเหลือโดยด่วน เพราะทุกนาทีมีผลต่อชีวิตอย่างแท้จริง


กลุ่มอาการฉุกเฉินระดับสีเหลือง เร่งด่วน ควรโทรปรึกษา

เช่น ไข้สูงมาก แน่นหน้าอกเล็กน้อย หายใจลำบาก หกล้มแล้วปวดมาก สงสัยว่าอวัยวะภายในหรือกระดูกได้รับบาดเจ็บ อาเจียนรุนแรง หรืออาการแย่ลงอย่างรวดเร็ว แม้ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต แต่ควรได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีเพื่อป้องกันอาการลุกลาม


กลุ่มอาการสีเขียว ไม่ฉุกเฉิน สามารถเดินทางไปโรงพยาบาลเองได้

เป็นอาการเจ็บป่วยทั่วไป เช่น ปวดเมื่อยเล็กน้อย ไข้ต่ำ มีแผลฟกช้ำ ท้องเสียไม่รุนแรง ไม่มีอาการรุนแรงอื่น ๆ สามารถเดินทางไปโรงพยาบาลเองหรือรอรับบริการตามปกติได้



รู้จักสิทธิ UCEP เจ็บป่วยเข้าเงื่อนไข รักษาฟรีทุกที่ใน 72 ชั่วโมงแรก

สิทธิ UCEP หรือ Universal Coverage for Emergency Patients คือสิทธิที่เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใดก็ได้ ทั้งรัฐและเอกชน โดยไม่ต้องสำรองจ่ายในช่วง 72 ชั่วโมงแรก


6 อาการฉุกเฉิน เข้าเงื่อนไขได้รับสิทธิ UCEP

  1. หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่ตอบสนองต่อการเรียกหรือการกระตุ้น
  2. หายใจผิดปกติ เช่น หายใจเร็ว หายใจติดขัด เสียงหายใจดัง หอบเหนื่อยรุนแรง
  3. ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น
  4. เจ็บหน้าอกเฉียบพลันและรุนแรง
  5. แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัด หรือชักต่อเนื่องไม่หยุด
  6. อาการที่มีผลต่อระบบหายใจ ระบบไหลเวียนเลือด และระบบสมองที่เป็นอันตรายต่อชีวิต


ทั้งนี้ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินอาการว่าผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สิทธิ UCEP หรือไม่ เพื่อให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงที


การใช้สิทธิ UCEP กรณีเกิดอุบัติเหตุ

หากเกิดอุบัติเหตุและเข้าข่ายภาวะวิกฤตจาก 6 อาการข้างต้น ผู้ป่วยสามารถใช้สิทธิ UCEP ได้ทันที โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสิทธิประกันสุขภาพเดิมหรือโรงพยาบาลตามสิทธิ


เลือกแผนประกันอุบัติเหตุที่ใช่ รักษาชีวิตได้ทันท่วงที


การดำเนินการหลังผ่าน 72 ชั่วโมงแรกแล้ว

หลังครบ 72 ชั่วโมง โรงพยาบาลจะประสานส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลตามสิทธิ หรือแจ้งแนวทางค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากผู้ป่วยประสงค์รักษาต่อในโรงพยาบาลเดิมต่อไป


นอกจากการรู้วิธีรับมือเหตุฉุกเฉินและเรียกรถพยาบาลได้อย่างถูกต้องแล้ว การเตรียมความพร้อมด้านการเงินก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะการมีประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุที่ความคุ้มครองครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด พร้อมใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไข วางแผนความคุ้มครองได้ง่ายในแบบคุณ


เมื่อรู้แล้วว่าประกันอุบัติเหตุลดหย่อนภาษีได้ไหม เลือกซื้อประกันออนไลน์กับเมืองไทยประกันชีวิต (MTL) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง สะดวก ปลอดภัย ให้คุณพร้อมรับทุกเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้นในทุกวินาทีของชีวิต


ข้อมูลอ้างอิง

  1. วิธีการคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉิน ตามระดับความเร่งด่วนและการส่งตรวจ. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 จาก https://www.bpksamutprakan.com/care_blog/view/499
  2. สพฉ. แนะข้อควรรู้ก่อนโทรแจ้งสายด่วน 1669. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 จาก https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/35/iid/244285
  3. UCEP สิทธิรักษาเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ "ไม่เสียค่าใช้จ่าย" ที่ทุกคนต้องรู้. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 จาก https://www.nhso.go.th/th/communicate-th/thnewsforperson/ucep



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเรียกรถพยาบาลฉุกเฉิน (FAQs)


Q : ถ้าผู้ป่วยยังรู้สึกตัว แต่บอกว่าไม่ไหว ควรเรียกรถพยาบาลไหม ?

A : ควรโทรปรึกษา 1669 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยประเมิน เพราะอาการบางอย่างอาจทรุดเร็วโดยไม่รู้ตัว


Q : โทร 1669 แล้วรถพยาบาลจะมาถึงภายในกี่นาที ?

A : ขึ้นอยู่กับพื้นที่ ความเร่งด่วนของอาการ และจำนวนเคสในขณะนั้น โดยระบบจะจัดลำดับความสำคัญตามระดับฉุกเฉินเป็นหลัก


Q : หากสามารถรักษาตัวที่โรงพยาบาลตามสิทธิได้ จำเป็นต้องมีประกันอุบัติเหตุไหม ?

A : ควรมี เพราะช่วยรองรับค่าใช้จ่ายหลังพ้นช่วง UCEP เช่น ค่ารักษาต่อเนื่อง ค่าห้อง หรือเงินชดเชยรายได้ในกรณีที่ต้องหยุดปฏิบัติงาน


Q : เด็กเล็กหรือผู้สูงอายุถือเป็นกลุ่มเสี่ยงฉุกเฉินหรือไม่ ?

A : ใช่ หากพบว่าเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุมีอาการผิดปกติ เช่น ซึม หายใจเร็ว หมดสติ ควรรีบโทรปรึกษาโรงพยาบาลทันที


หมวดหมู่ :
สุขภาพ