ม.ค. 2569

ผู้ป่วยใน (IPD) คืออะไร เคลมประกันได้แบบไหนบ้าง ?

หลายคนซื้อประกันสุขภาพโดยไม่ทันสังเกตว่า กรมธรรม์ที่ถืออยู่นั้นคุ้มครองเฉพาะผู้ป่วยใน (IPD) ไม่ได้ครอบคลุมทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาล ดังนั้น การเข้าใจว่า IPD คืออะไร และเข้าข่าย "ผู้ป่วยใน" แบบไหนถึงจะเคลมได้จริง จึงเป็นจุดชี้ขาดระหว่าง "การมีประกันแต่เคลมไม่ได้" กับ "ใช้สิทธิ์ได้ครบทุกบาท" หากคุณอยากเป็นคนที่สามารถใช้ประกันได้คุ้มค่า บทความนี้มีคำตอบ
บทความนี้.. มีอะไรบ้าง


ผู้ป่วยใน (IPD) คืออะไร และทำไมประกันถึงแยกจากผู้ป่วยนอก (OPD) ?

หลายคนอาจสงสัยว่า IPD คืออะไร และต่างจากผู้ป่วยนอกอย่างไร คำว่าผู้ป่วยใน (In-Patient Department: IPD) คือผู้ที่ต้องเข้ารับการรักษาโดยต้องนอนพักค้างคืนในโรงพยาบาล หรือพักรักษาอย่างน้อย 6 ชั่วโมงขึ้นไปตามคำสั่งของแพทย์ เพื่อดูอาการอย่างต่อเนื่อง การเข้าข่ายเป็นผู้ป่วยใน คือต้องผ่านการวินิจฉัยว่ามีอาการรุนแรงเกินกว่าจะรักษาแบบไป-กลับได้ เช่น ต้องให้น้ำเกลือ ให้ยาแก้อักเสบ หรือเข้ารับการผ่าตัด


สาเหตุที่บริษัทประกันสุขภาพมักแยกความคุ้มครองระหว่างผู้ป่วยนอก (OPD) กับผู้ป่วยใน (IPD) เพราะทั้งสองแบบมีระดับความรุนแรงและค่าใช้จ่ายต่างกัน โดยการรักษาในฐานะผู้ป่วย IPD คือการรักษาที่ใช้ทรัพยากรและเวลามากกว่า เช่น ค่าห้องพัก ค่าพยาบาล ค่ายา และค่าแพทย์เฉพาะทาง ดังนั้น เบี้ยประกันและวงเงินคุ้มครองจึงต้องคำนวณให้เหมาะสมกับความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายจริง


ตัวอย่างเคสที่เข้าข่ายผู้ป่วยใน (IPD)

การเข้ารับการรักษาในฐานะผู้ป่วยใน คือการรักษาที่ต้องมีการแอดมิตตามคำสั่งแพทย์ ซึ่งตัวอย่างของการเข้าข่ายเป็นผู้ป่วยใน (IPD) ได้แก่


  1. การผ่าตัด : เช่น ผ่าตัดไส้ติ่ง ผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี หรือการผ่าตัดใหญ่ที่ต้องมีการนอนพักฟื้นและดูอาการหลังผ่าตัดอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
  2. อาการป่วยรุนแรงที่ต้องมีการดูแลต่อเนื่อง : เช่น ปอดอักเสบรุนแรง ไข้เลือดออกที่ต้องให้น้ำเกลือและเฝ้าระวังเกล็ดเลือด หรืออาการหัวใจกำเริบ ซึ่งต้องอยู่ภายใต้การดูแลของเครื่องมือทางการแพทย์เฉพาะทาง
  3. อุบัติเหตุที่แพทย์สั่ง Admit : เพื่อสังเกตอาการทางสมองหรืออาการบาดเจ็บภายในที่อาจแสดงอาการภายหลัง เช่น การบาดเจ็บที่ศีรษะรุนแรง เป็นต้น
  4. การคลอดบุตร : ซึ่งถือเป็นการเข้าพักรักษาตัวแบบผู้ป่วยในตามปกติ เพราะมีการผ่าตัด และพักฟื้นที่โรงพยาบาล


เข้าโรงพยาบาลแบบไหน ถึงจะเคลมประกันผู้ป่วยในได้จริง ?

แม้ว่าคุณจะถือกรมธรรม์ประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครอง IPD แล้วก็ตาม แต่การเข้าโรงพยาบาลทุกครั้งก็ใช่ว่าจะเคลมได้เสมอไป เพราะการเคลมค่ารักษาพยาบาลในฐานะผู้ป่วยใน IPD คือการรักษาที่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนในกรมธรรม์ ดังนี้



ต้องรับรองการเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยใน (Inpatient)

หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของการเคลม IPD คือ ต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ให้แอดมิต หรือนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลรัฐ หรือสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาตประกอบกิจการอย่างถูกต้องโดยปกติแล้วจะต้องเป็นการเข้าพักติดต่อกันอย่างน้อย 6 ชั่วโมง หรืออย่างน้อย 1 คืน ตามคำสั่งของแพทย์ เพราะการเข้าไปตรวจ ฉีดยา พ่นยา แล้วกลับบ้านภายในไม่กี่ชั่วโมง จะถือเป็นการรักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD) และจะไม่สามารถนำมาเคลมภายใต้ความคุ้มครอง IPD ได้


เป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของกรมธรรม์อย่างเคร่งครัด

  1. พ้นระยะเวลารอคอย (Waiting Period) : สำหรับโรคทั่วไป มักอยู่ที่ 30 วัน และสำหรับโรคเรื้อรังหรือโรคที่กำหนด มักจะอยู่ที่ 120 วัน หากเจ็บป่วยในช่วงนี้จะไม่สามารถเคลมได้
  2. ไม่ใช่โรคที่ไม่คุ้มครอง (Exclusions) : ตรวจสอบให้แน่ใจว่าโรคหรืออาการที่เข้ารับการรักษานั้น ไม่ใช่ข้อยกเว้นตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เช่น โรคที่มาจากการดื่มสุรา, โรคทางจิตเวชบางชนิด, หรือการรักษาที่เกี่ยวกับความสวยงาม
  3. เป็นการรักษาที่จำเป็นและสมเหตุสมผลทางการแพทย์ : การแอดมิตหรือวิธีการรักษาที่ใช้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์ และมีความจำเป็นจริง ไม่ใช่การเรียกร้องให้แอดมิตโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่ชัดเจน


ประกันสุขภาพที่ครอบคลุมผู้ป่วยใน (IPD) มีข้อดีอย่างไร ?

การมีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมผู้ป่วยใน (IPD) คือการลงทุนเพื่อความมั่นคงทางการเงินในยามฉุกเฉิน ซึ่งข้อดีของการมีแผนประกัน IPD จะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์มากมาย ดังนี้


  1. ลดภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ : ค่าห้องและค่าอาหารระหว่างพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเอกชนมักสูงถึงหลักพันบาทต่อคืน ยังไม่รวมค่ายา, ค่าแพทย์, ค่าผ่าตัด และค่าเครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งรวมกันแล้วอาจเป็นหลักแสนหรือหลักล้านบาท แผนประกัน IPD จึงเข้ามารับผิดชอบค่าใช้จ่ายเหล่านี้แทนคุณ
  2. การเข้าถึงการรักษาที่ดีที่สุด : ความคุ้มครอง IPD ในวงเงินที่สูงช่วยให้คุณสามารถเลือกรับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ทำให้ได้รับการดูแลที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง
  3. ความอุ่นใจในการใช้ชีวิต : การเจ็บป่วยถือเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน การมีหลักประกันนี้จะช่วยให้คุณและครอบครัวสามารถโฟกัสกับการฟื้นฟูสุขภาพได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องแบกรับความเครียดทางการเงินที่มาพร้อมกับความเจ็บป่วย


การมีแผนประกัน IPD ไม่เพียงช่วยคุ้มครองค่ารักษา แต่ยังช่วยวางแผนการเงินในระยะยาวให้มีประสิทธิภาพ เพราะการเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ด้วยเหตุผลนี้ การเลือกแผนประกันสุขภาพที่ครอบคลุมการรักษาผู้ป่วยใน จึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า เพราะช่วยให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย และสามารถโฟกัสกับการฟื้นฟูสุขภาพได้อย่างเต็มที่


เพิ่มความอุ่นใจให้ทุกจังหวะชีวิตด้วยความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ทั้งไลฟ์สไตล์และงบประมาณของคุณ เลือกแผนประกันสุขภาพผู้ป่วยใน (IPD) ที่ใช่ พร้อมสมัครและเช็กเบี้ยออนไลน์ได้ทันทีที่เว็บไซต์เมืองไทยประกันชีวิต (MTL)


แหล่งอ้างอิง

  1. ประกัน IPD คืออะไร? ซื้ออย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด. สืบค้นเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 จาก https://www.kasikornbank.com/th/personal/insure/article/pages/what-is-ipd.aspx
  2. IPD และ OPD คืออะไร ศัพท์ประกันสุขภาพที่ทุกคนควรรู้. สืบค้นเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 จาก https://online.scbprotect.co.th/content/what-are-ipd-opd-insurance

หมวดหมู่ :
สุขภาพ