พ.ค. 2569

วางแผนประกันที่ควรมีก่อน 40 เลือกให้ถูก ลดความเสี่ยงในอนาคต

การวางแผนประกันที่ควรมีก่อนอายุ 40 ปี คือหนึ่งในก้าวสำคัญของการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว เนื่องจากเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงด้านสุขภาพจะสูงขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้เบี้ยประกันภัยปรับตัวสูงขึ้น และเงื่อนไขการรับประกันเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่มีประวัติสุขภาพหรือโรคประจำตัว ดังนั้น ควรเริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้เพื่อช่วยควบคุมค่าเบี้ยฯ ในระยะยาว รวมถึงเพิ่มทางเลือกด้านความคุ้มครอง และสร้างความอุ่นใจให้ทั้งตัวเองและคนข้างหลังได้อย่างยั่งยืน
บทความนี้.. มีอะไรบ้าง

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น นอกจากจะต้องรับผิดชอบสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตมากขึ้นแล้ว ความเสี่ยงด้านสุขภาพยังเพิ่มขึ้นด้วย โดยเฉพาะวัยใกล้ 40 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือน หลายคนรู้สึกว่าร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนเดิม ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลก็สูงขึ้น ในขณะเดียวกันภาระทางการเงินกลับอยู่ในจุดสูงสุดของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถ ครอบครัว ลูก หรือการดูแลพ่อแม่สูงวัย


ในช่วงวัยนี้ คุณอาจเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองแล้วว่า หากวันหนึ่งต้องหยุดทำงานกะทันหัน ใครจะดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมด หากต้องเผชิญโรคร้ายแรง เงินเก็บที่มีอยู่จะเพียงพอหรือไม่ และหากถึงวันที่เกษียณจริง ๆ จะยังมีรายได้ดูแลคุณภาพชีวิตได้เหมือนเดิมหรือเปล่า


เราจะมาช่วยตอบคำถามที่หลายคนกำลังสงสัย ว่าประกันที่ควรมีก่อนอายุ 40 ปีมีอะไรบ้าง พร้อมอธิบายภาพรวมการซื้อประกันแต่ละช่วงวัย เพื่อให้เห็นชัดว่าการวางแผนประกันที่ดีไม่ใช่การซื้อให้ครบทุกแบบ แต่คือการเลือกให้ “เหมาะกับจังหวะชีวิต” มากที่สุด



ก่อนอายุ 40 ควรทำประกันอะไรบ้าง ?

วัย 40 ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต การจัดพอร์ตประกันในช่วงนี้จึงควรครอบคลุมทั้งการคุ้มครองและการวางแผนระยะยาว


ประกันสุขภาพเหมาจ่าย / IPD-OPD สำหรับวัย 40

หากถามว่าอายุ 40 ควรทำประกันอะไรบ้าง แผนหลัก ๆ ที่ต้องมีคือ ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย เนื่องจากค่ารักษาพยาบาล โดยเฉพาะในโรงพยาบาลเอกชน มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นทุกปี แต่ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายจะช่วยให้คุณสามารถเข้ารับการรักษาได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายจุกจิก ครอบคลุมทั้งผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD) เหมาะสำหรับวัยทำงานที่ต้องการความคล่องตัวในการรักษา และลดความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่อาจกระทบเงินออมหรือเงินลงทุนในอนาคต


ประกันโรคร้ายแรงสำหรับวัย 40+

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงของโรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง โรคหัวใจ หรือโรคหลอดเลือดสมองจะสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกันโรคร้ายแรงจึงเป็นอีกหนึ่งแผนประกันที่ควรมีก่อน 40 ปี เพื่อปิดความเสี่ยงในจุดที่ประกันสุขภาพอาจยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด


จุดเด่นของประกันโรคร้ายแรงคือ การจ่ายเงินก้อนทันทีเมื่อได้รับการวินิจฉัยตามเงื่อนไขกรมธรรม์ โดยเงินก้อนนี้สามารถนำไปใช้เป็นค่ารักษาที่เกินวงเงินประกันสุขภาพ ชดเชยรายได้ที่ต้องหยุดงาน หรือดูแลค่าใช้จ่ายของครอบครัวในช่วงพักฟื้น


ประกันชีวิตในวัย 40 คุ้มครองครอบครัวและลดหย่อนภาษี

สำหรับผู้ที่มีครอบครัวหรือมีภาระทางการเงิน ประกันชีวิตยังคงมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะในวัย 40 ที่หลายคนมีหนี้สินระยะยาว เช่น บ้าน รถยนต์ รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตรหลาน การมีประกันชีวิตแผนที่เหมาะสมจะช่วยให้ครอบครัวยังสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้แม้เกิดเหตุไม่คาดฝันกับผู้หารายได้หลัก นอกจากนี้ ประกันชีวิตบางรูปแบบยังสามารถนำเบี้ยฯ ไปลดหย่อนภาษีได้ ช่วยบริหารภาระภาษีควบคู่กับการสร้างความคุ้มครอง


เลือกแผนประกันชีวิตที่เหมาะกับวัยทำงานได้ที่ เมืองไทยประกันชีวิต (MTL)


ประกันสะสมทรัพย์และประกันบำนาญ เตรียมเกษียณ

วัย 40 ถือเป็นช่วงที่ยังไม่สายเกินไปสำหรับการวางแผนเกษียณ แต่ก็ไม่ควรชะลอการตัดสินใจ เพราะการเริ่มต้นวางแผนตั้งแต่ตอนนี้จะช่วยให้ระยะเวลาการออมยาวขึ้น สำหรับผู้ที่ต้องการเงินก้อนในอนาคต แนะนำให้ซื้อประกันสะสมทรัพย์ ส่วนผู้ที่ต้องการรายได้ประจำหลังเกษียณ ควรเลือกประกันบำนาญ


อย่างไรก็ตาม ยิ่งอายุมากขึ้น เบี้ยประกันภัยจะยิ่งปรับสูงขึ้นตามระดับความเสี่ยง และโอกาสผ่านการพิจารณารับประกันก็ลดลง โดยเฉพาะหากมีประวัติสุขภาพหรือโรคประจำตัว บริษัทประกันจะพิจารณาอย่างเข้มงวดมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ เราจึงแนะนำให้วางแผนและทำประกันที่จำเป็นตั้งแต่ก่อนอายุ 40 ปี เพื่อให้ได้เงื่อนไขความคุ้มครองที่เหมาะสมและบริหารค่าเบี้ยฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว


คนโสด VS หัวหน้าครอบครัว สถานะแบบไหนควรเน้นอะไร ?

แม้อายุจะใกล้เคียงกัน แต่สถานะชีวิตมีผลอย่างมากต่อการเลือกประกัน ดังนี้


คนโสดวัย 40+

สำหรับคนโสด วัตถุประสงค์หลักคือการดูแลตัวเองและวางแผนอนาคต จึงควรเน้นประกันสุขภาพ ประกันโรคร้ายแรง และประกันอุบัติเหตุ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากรักษาพยาบาลที่อาจกระทบเงินออม และในขณะเดียวกันก็สามารถให้ความสำคัญกับประกันที่ช่วยสร้างเงินออมในระยะยาว เช่น ประกันสะสมทรัพย์ หรือประกันชีวิตควบการลงทุน (ยูนิตลิงก์) ซึ่งตอบโจทย์ทั้งความคุ้มครองและการเติบโตของเงิน มากกว่าการทำประกันชีวิตทุนสูงที่เน้นคุ้มครองผู้รับประโยชน์เป็นหลัก


หัวหน้าครอบครัววัย 40+

หัวหน้าครอบครัวควรให้ความสำคัญกับการปกป้องรายได้และความมั่นคงของคนข้างหลัง ดังนั้น ขอแนะนำประกันชีวิตทุนสูง ประกันชดเชยรายได้ และประกันบำนาญ ซึ่งเป็นตัวช่วยดูแลคู่สมรสและบุตรในระยะยาว หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ครอบครัวจะได้มีเงินเพียงพอสำหรับการดำเนินชีวิตต่อไป


เลือกประกันที่เหมาะกับสถานะชีวิต ช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความอุ่นใจ



ซื้อประกันแต่ละช่วงวัย 0-50+ ปีอย่างไรให้คุ้ม ?

การวางแผนประกันที่ดีควรมองเป็นภาพรวมตลอดชีวิต ไม่ใช่ตัดสินใจเฉพาะช่วงใดช่วงหนึ่ง เพื่อความคุ้มครองให้ทั้งตัวคุณเองและคนที่คุณห่วงใย ดังนี้


วัยเด็ก-วัยเรียน (0-19 ปี)

เป้าหมายคือคุ้มครองสุขภาพพื้นฐานและเริ่มออมเพื่อการศึกษา โดยใช้ประกันสุขภาพเด็กและประกันอุบัติเหตุช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน และใช้ประกันสะสมทรัพย์ระยะยาวช่วยสร้างเงินก้อนสำหรับอนาคต


วัยเริ่มทำงาน (20-30 ปี)

เป็นช่วงที่สุขภาพยังแข็งแรง เบี้ยประกันภัยอยู่ในระดับต่ำ เหมาะสำหรับการเริ่มสร้างวินัยทางการเงินและวางรากฐานความคุ้มครองในระยะยาว ด้วยประกันอุบัติเหตุ ประกันสุขภาพพื้นฐาน และประกันชีวิตทุนไม่สูง หรือประกันสะสมทรัพย์ระยะสั้น เพื่อสร้างวินัยการออมอย่างสม่ำเสมอ


นอกจากนี้ เบี้ยประกันชีวิตและประกันสะสมทรัพย์บางรูปแบบ ยังสามารถนำไปใช้เป็นสิทธิลดหย่อนภาษีตามเงื่อนไขกรมสรรพากร ช่วยให้เริ่มต้นวางแผนการเงินได้ตั้งแต่ช่วงรายได้ยังไม่สูงมาก


วัยสร้างครอบครัว (31-40 ปี)

ช่วงนี้รายได้สูงขึ้นพร้อมภาระที่มากขึ้น ควรเพิ่มความคุ้มครองด้วยประกันชีวิตทุนสูง ประกันสุขภาพเหมาจ่าย และเริ่มพิจารณาประกันโรคร้ายแรง เพื่อปกป้องรายได้หลักของครอบครัว

นอกจากนี้ วัย 40 ยังเป็นช่วงที่หลายคนเริ่มมีรายได้อยู่ในระดับที่ต้องวางแผนภาษีอย่างจริงจัง การเลือกประกันบำนาญจึงถือเป็นเครื่องมือช่วยบริหารภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเบี้ยประกันบำนาญสามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีรวมกับเงินออมเพื่อการเกษียณอื่น ๆ ได้ตามเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด ซึ่งไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี


วัยกลางคน (41-50 ปี)

เป็นช่วงวัยที่ควรเร่งปิดช่องโหว่ด้านความคุ้มครอง โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพและโรคร้ายแรง ซึ่งมีแนวโน้มเกิดขึ้นมากกว่าช่วงก่อนหน้า ประกันที่ควรโฟกัสในวัยนี้ ได้แก่ ประกันสุขภาพเหมาจ่ายวงเงินสูง เพื่อรองรับค่ารักษาพยาบาลที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต และประกันโรคร้ายแรง สำหรับคุ้มครองกลุ่มโรคที่พบบ่อยในวัยกลางคน เช่น มะเร็ง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง


วัย 50+ ขึ้นไป

เมื่อเข้าสู่วัยใกล้เกษียณและหลังเกษียณ เป้าหมายหลักของการทำประกันจะเปลี่ยนมาเน้นการดูแลค่ารักษาพยาบาลและการบริหารสภาพคล่องทางการเงิน ประกันที่ควรมี ได้แก่ ประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลในระยะยาว รวมถึงประกันอุบัติเหตุผู้สูงอายุ ที่เน้นความคุ้มครองกรณีกระดูกหักหรือการพลัดตกหกล้ม


ที่สำคัญ วัยนี้ยังเป็นช่วงรับผลประโยชน์จากการวางแผนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการรับเงินจากประกันบำนาญ หรือเงินครบสัญญาจากประกันสะสมทรัพย์ที่เคยทำไว้ก่อนหน้า เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตอย่างมีอิสระทางการเงินและมีความสุขในวัยเกษียณ


วางแผนวันนี้ ดีกว่าเริ่มต้นเมื่อสาย

อายุที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายถึงแค่ประสบการณ์ชีวิตที่มากขึ้นเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมความเสี่ยงด้านสุขภาพและเงื่อนไขการทำประกันชีวิตที่เข้มงวดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะหลังอายุ 40 ปี เบี้ยประกันภัยมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างชัดเจน และโอกาสผ่านการพิจารณารับประกันก็ยากขึ้นกว่าช่วงวัยทำงานตอนต้น ดังนั้น การวางแผนประกันที่ควรมีก่อน 40 ปีจึงเป็นการเตรียมความอุ่นใจไว้ล่วงหน้า ในวันที่สุขภาพยังแข็งแรง และเงื่อนไขยังเอื้อให้เลือกแผนได้หลากหลาย ช่วยเพิ่มทางเลือกด้านความคุ้มครองและสร้างหลักประกันให้คนข้างหลังได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้นในระยะยาว


ที่ เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) มีแผนประกันชีวิตให้เลือกหลากหลาย ครอบคลุมทั้งแบบคุ้มครองระยะสั้น ตลอดชีพ สะสมทรัพย์ และบำนาญ โดยสามารถปรับให้เหมาะกับเป้าหมายชีวิต งบประมาณ และช่วงวัยได้อย่างยืดหยุ่น สมัครทางเว็บไซต์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมรับสิทธิพิเศษผ่อน 0% นานสูงสุด 6 เดือน* เริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้ เพื่อสร้างความมั่นคงให้อนาคตและคนข้างหลัง

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด


ข้อมูลอ้างอิง

  1. OECD Health Statistics. สืบค้นเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 จาก https://www.oecd.org/en/data/datasets/oecd-health-statistics.html.
  2. Life Insurance Through the Ages: Evolving Needs and Strategic Opportunities. สืบค้นเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 จาก https://www.letsmakeaplan.org/financial-topics/articles/insurance-planning/life-insurance-through-the-ages.


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการซื้อประกันแต่ละช่วงวัย (FAQs)


Q : ถ้ามีประกันกลุ่มจากที่ทำงานอยู่แล้ว ยังจำเป็นต้องซื้อประกันเพิ่มเติมหรือไม่ ?

A : ประกันกลุ่มจากที่ทำงานมักให้ความคุ้มครองในวงเงินจำกัด และจะสิ้นสุดเมื่อลาออกหรือเกษียณ การมีประกันส่วนบุคคลเพิ่มเติมจะช่วยปิดช่องว่างด้านวงเงินค่ารักษาและความต่อเนื่องของความคุ้มครองในระยะยาว


Q : หากเริ่มทำประกันช้ากว่าช่วงวัยที่แนะนำ จะยังสามารถวางแผนให้คุ้มค่าได้หรือไม่ ?

A : ยังสามารถวางแผนได้ แต่ควรจัดลำดับความสำคัญใหม่ โดยเน้นประกันสุขภาพและโรคร้ายแรงเป็นอันดับแรก เนื่องจากเป็นความเสี่ยงที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายสูงที่สุด และเลือกแผนที่เหมาะสมกับงบประมาณเพื่อให้สามารถชำระเบี้ยได้อย่างต่อเนื่อง


Q : ควรจัดสัดส่วนค่าเบี้ยประกันภัยต่อรายได้อย่างไรในแต่ละช่วงวัย ?

A : โดยทั่วไป ค่าเบี้ยประกันภัยรวมไม่ควรเกินสัดส่วนที่กระทบสภาพคล่องทางการเงิน ควรพิจารณาจากรายได้ประจำ ภาระค่าใช้จ่าย และเป้าหมายทางการเงินในแต่ละช่วงวัย เพื่อให้การทำประกันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเงินที่ยั่งยืนในระยะยาว


หมวดหมู่ :
ประกันชีวิต