ม.ค. 2569

เกษียณก่อนอายุ vs ลาออกก่อนเกษียณ ความแตกต่างที่ต้องรู้

เหนื่อยกับการทำงานประจำจนอยาก "ออกก่อนเวลา" ใช่ไหม ? แต่คำถามใหญ่ก็คือ ระหว่าง "เกษียณก่อนอายุ" กับ "ลาออกก่อนเกษียณ" แบบไหนจะได้เงินอะไรบ้าง แตกต่างกันอย่างไร และแบบไหนที่คุ้มกว่ากันในระยะยาวสำหรับช่วงบั้นปลายชีวิต ?
บทความนี้.. มีอะไรบ้าง

เพราะการตัดสินใจเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องใจ แต่มี “เรื่องเงิน” เป็นตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดคุณภาพชีวิตหลังจากนี้ มาดูให้ชัด ว่าแต่ละทางเลือกมีเงื่อนไขอะไรบ้าง และจะวางแผนให้เงินไม่ขาดมือหลังลาออกได้อย่างไร



เกษียณก่อนอายุ (Early Retirement)

เกษียณก่อนอายุ หมายถึง การยุติการทำงานตามแผนที่วางเอาไว้ล่วงหน้า โดยมีเป้าหมายเพื่ออิสระทางการเงิน และใช้ชีวิตตามที่ต้องการ ซึ่งส่วนมากมักจะมีการเตรียมความพร้อมด้านการเงินและการลงทุนไว้ล่วงหน้า


ทั้งนี้การเกษียณก่อนกำหนด เป็นการลาออกจากงานประจำตามโครงการที่นายจ้างกำหนดให้พนักงานสามารถยุติบทบาทได้ก่อนถึงอายุเกษียณปกติ เช่น 50 ปี หรือ 55 ปี โดยส่วนใหญ่จะเป็นการตกลงร่วมกันระหว่างพนักงานและนายจ้าง เพื่อให้พนักงานได้รับสิทธิประโยชน์บางส่วนที่คล้ายกับการเกษียณปกติ


เงื่อนไขสำคัญที่ต้องเข้าใจ

การเกษียณก่อนกำหนดมีเงื่อนไขชัดเจนที่ต้องตรวจสอบให้รอบคอบ ได้แก่

  1. อายุตามเกณฑ์ของบริษัท : บางแห่งกำหนดว่าอายุขั้นต่ำต้องอยู่ที่ 50 ปี หรือ 55 ปี
  2. จำนวนปีการทำงาน : ต้องทำงานครบตามเกณฑ์ เช่น มีอายุการทำงาน 15 ปี หรือ 20 ปีขึ้นไป
  3. ต้องมีหนังสือยินยอมจากนายจ้าง : เพื่อยืนยันสิทธิการเข้าร่วมโครงการเกษียณก่อนอายุ เป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจน สำหรับรับผลประโยชน์จากโครงการภายใต้การดูแลของนายจ้าง


เกษียณก่อนกำหนด ได้อะไรบ้าง ?

เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน : พนักงานที่เกษียณตามกฎหมายแรงงานจะได้รับเงินชดเชยตามระยะเวลาการทำงานกับนายจ้าง โดยคำนวณจากเงินเดือนสุดท้ายและจำนวนวันที่ทำงาน เช่น

  1. ทำงาน 10 ปี แต่ไม่เกิน 20 ปี จะได้รับเงินชดเชย 300 วัน
  2. ทำงาน 20 ปี ขึ้นไป จะได้รับเงินชดเชยสูงสุด 400 วัน
  3. การคำนวณเงินชดเชย = (เงินเดือนสุดท้าย / 30) x จำนวนวันที่ชดเชย เช่น เงินเดือน 90,000 บาท และทำงานครบ 20 ปี

จะได้รับเงินชดเชยประมาณ 1,200,000 บาท


เงินสะสมจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพร้อมผลตอบแทน : กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นกองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันสะสมเงิน ได้ตั้งแต่ 2-15% ของเงินเดือน โดยนายจ้างจะสมทบเท่าหรือไม่เท่าก็ได้ ขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัท และเมื่อเกษียณ ลูกจ้างจะได้รับเงินสะสมพร้อมดอกผลจากกองทุนนี้ พร้อมรับสิทธิประโยชน์ด้านการลดหย่อนภาษีจากเงินที่สะสมเข้าสู่กองทุน


เงินบำเหน็จหรือบำนาญสำหรับข้าราชการหรือรัฐวิสาหกิจ : ข้าราชการที่เกษียณจะได้รับเงินบำเหน็จและเงินบำนาญ ซึ่งคำนวณจากอายุราชการและเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย

  1. เงินบำนาญจะคิดตามสูตร : (อายุราชการ x เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือน) ÷ 50 โดยมีเพดานไม่เกิน 70% ของเงินเดือนเฉลี่ย
  2. เงินบำเหน็จจะแบ่งจ่ายเป็น 3 ครั้งตามอายุ ได้แก่ ก่อนอายุ 65 ปี, อายุครบ 65 ปี และอายุครบ 70 ปี รวมทั้งสิ้นไม่เกิน

500,000 บาท

  1. หากข้าราชการมีอายุราชการมากกว่า 10 ปี จะได้รับเงินบำนาญรายเดือนตลอดชีวิต รวมทั้งสวัสดิการรักษาพยาบาลด้วย


สิทธิเบิกประกันสังคมกรณีชราภาพหลังอายุ 55 ปี : ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมที่จ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือน (15 ปี) จะได้รับเงินบำนาญชราภาพเมื่ออายุครบ 55 ปี บริบูรณ์ จ่ายเป็นรายเดือนตลอดชีวิต โดยคิดอัตรา 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย

  1. หากจ่ายเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเป็นเงินก้อนครั้งเดียว
  2. สิทธิประโยชน์นี้ต้องยุติการเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 33 และ 39


*ข้อมูลสิทธิประโยชน์และการคำนวณตัวเลขเป็นเพียงตัวอย่างเพื่อประกอบความเข้าใจ เงื่อนไขจริงอาจแตกต่างกันไปตาม

กฎหมายแรงงาน นโยบายของแต่ละองค์กร หรือข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรตรวจสอบรายละเอียดกับฝ่าย

ทรัพยากรบุคคลหรือหน่วยงานต้นสังกัดก่อนตัดสินใจ


ข้อดี

  1. ได้รับการสนับสนุนจากนายจ้าง เช่น เงินก้อนชดเชยหรือเงินบำนาญล่วงหน้า ซึ่งช่วยให้มีทุนเริ่มต้นใช้หลังออกจากงาน
  2. มีโอกาสได้ใช้ชีวิตตามความต้องการส่วนตัวมากขึ้น เช่น เดินทาง เรียนรู้ทักษะใหม่ หรือทำกิจกรรมที่รัก
  3. ลดความเครียดและภาระจากการทำงานในวัยที่อาจเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า
  4. สามารถวางแผนการเงินและชีวิตระยะยาวได้ล่วงหน้า


ข้อควรระวัง

  1. แม้มีเงินก้อนเริ่มต้น แต่หากไม่มีการวางแผนการใช้จ่ายและลงทุนให้เหมาะสม อาจเสี่ยงเงินหมดก่อนถึงวัยสูงอายุจริง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเงิน
  2. ความไม่แน่นอนของค่าใช้จ่ายในอนาคต เช่น ค่ารักษาพยาบาล ที่อาจสูงขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น
  3. ต้องพิจารณาผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น ประกันสังคมและบำนาญ ที่อาจลดลงหรือต้องใช้เงื่อนไขพิเศษ
  4. การเกษียณก่อนอายุอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ในสังคมหรือเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตที่คุ้นเคย



ลาออกก่อนเกษียณ (Resignation)

การลาออกก่อนเกษียณ หมายถึง การออกจากงานด้วยความสมัครใจ ก่อนที่จะถึงอายุเกษียณตามที่องค์กรหรือกฎหมายกำหนด โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับโครงการ Early Retire ขององค์กร ซึ่งมักเกิดจากความต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิต หรือเหตุผลส่วนตัว เช่น เริ่มทำธุรกิจเอง หรืออยากพักผ่อนก่อนเวลา


สิทธิที่อาจไม่ได้รับหากลาออกก่อนเกษียณ

การลาออกก่อนเกษียณที่แม้จะเป็นการตัดสินใจแบบอิสระ แต่ก็อาจจะทำให้คุณเสียสิทธิประโยชน์สำคัญได้ เช่น


  1. ไม่ได้เงินชดเชยตาม พ.ร.บ. แรงงาน : เพราะการลาออกเป็นความสมัครใจ ผู้ลาออกจึงมักไม่ได้สิทธิ์เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานแบบกรณีถูกเลิกจ้าง
  2. อาจไม่ได้รับสวัสดิการเกษียณ : ไม่ว่าจะเป็นบำเหน็จหรือบำนาญ โดยเฉพาะในกรณีข้าราชการ หากลาออกก่อนอายุและไม่เข้าเกณฑ์เวลาราชการที่กำหนด อาจไม่ได้รับสิทธิประโยชน์บำเหน็จบำนาญเหมือนการเกษียณ
  3. ไม่สามารถเบิกเงินประกันสังคมกรณีชราภาพได้ทันที : เนื่องจากตามเงื่อนไขของการเบิกเงิน หากยังไม่ถึงอายุ 55 ปีตามสิทธิประกันสังคม ก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การขาดสภาพคล่องทางการเงินเมื่อยุติบทบาทของการประกอบอาชีพ


ลาออกก่อนเกษียณ ได้เงินอะไรบ้าง ?

  1. เงินสะสมจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (หักภาษีในบางกรณี) : ซึ่งเป็นเงินที่คุณและนายจ้างร่วมกันสะสมไว้ตลอดระยะเวลาทำงาน เช่นเดียวกับในกรณีของการเกษียณก่อนกำหนด
  2. เงินสมทบประกันสังคม : เงินส่วนนี้จะยังคงได้รับตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ จึงกล่าวได้ว่า หากมีการลาออกก่อนเกษียณโดยสมัครใจเอง และยังมีอายุไม่ถึง 55 ปี ก็จะยังไม่ได้เงินในส่วนนี้ แต่เมื่ออายุครบก็จะได้รับเงินบำนาญชราภาพตามความเหมาะสม
  3. เงินออมส่วนตัว : เงินจากการวางแผนชีวิตหลังเกษียณ (หากมี) เช่น การออมกับกองทุน RMF, กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ตลอดจนการลงทุนในทางเลือกอื่น ๆ ที่คุณได้เตรียมเอาไว้ล่วงหน้าด้วยตนเอง


ข้อดี

  1. มีความอิสระในการตัดสินใจลาออกและเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้เร็วกว่า
  2. สามารถควบคุมทิศทางชีวิตและการทำงานต่อไปได้ด้วยตนเอง


ข้อควรระวัง

  1. ไม่มีเงินก้อนใหญ่เหมือนการได้รับชดเชยหรือบำนาญแบบเกษียณ
  2. อาจเกิดช่องว่างรายได้ ทำให้ต้องมีแผนการเงินและการลงทุนรองรับการใช้ชีวิตในระยะยาว
  3. สิทธิประโยชน์จากรัฐและนายจ้างจะน้อยกว่าการเกษียณก่อนกำหนดที่มีโครงการสนับสนุน


แนวทางวางแผนการเงิน หากคิดจะออกจากงานก่อนอายุเกษียณ

ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจเกษียณก่อนกำหนดตามโครงการขององค์กร หรืออยากลาออกแบบสมัครใจก่อนถึงอายุเกษียณ การวางแผนการเงินที่รอบคอบก็ถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญที่คุณจะต้องทำความเข้าใจ และเตรียมพร้อมให้ดี เพื่อเป็นการต่อยอดเงินก้อนใหญ่ที่ได้จากเงื่อนไขต่าง ๆ พร้อมวางแผนให้ครอบคลุมทั้งรายจ่าย รายได้ และการป้องกันความเสี่ยงในระยะยาว


3 แนวทางวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณสำราญ

คำนวณเงินที่ต้องใช้หลังเกษียณ (Life After Work Budgeting)

  1. ประเมินค่าใช้จ่ายขั้นต่ำต่อเดือน
  2. เผื่อเงินสำหรับค่ารักษาพยาบาลและภาวะฉุกเฉิน
  3. คำนึงถึงผลกระทบจากเงินเฟ้อในอนาคต


สร้างรายได้แบบ Passive Income ก่อนลาออก

  1. ลงทุนในกองทุน RMF หรือ SSF เพื่อเตรียมใช้หลังเกษียณ และลดหย่อนภาษี
  2. ปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้มีรายได้ประจำ
  3. ลงทุนในหุ้นปันผลหรือกองทุนที่ให้กระแสเงินสด


เตรียมแหล่งเงินสำรองที่ไม่กระทบชีวิต

  1. กองทุนฉุกเฉินอย่างน้อย 12 เดือนของค่าใช้จ่าย
  2. ทำประกันสุขภาพระยะยาว เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลที่อาจสูงขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น
  3. ทำประกันบำนาญเพื่อรับเงินคืนรายปีหลังอายุ 55 ปี หรือ 60 ปี ทำให้มีรายได้ประจำเสมือนเงินเดือนหลังออกจากงาน


ทำไมแผนการเงินวัยเกษียณ ถึงต้องพิจารณาการทำประกันบำนาญ ?

การทำประกันบำนาญเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณ เพราะช่วยตอบโจทย์ความต้องการพื้นฐานและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือ 5 เหตุผลหลัก ๆ ที่จะทำให้คุณหันมาพิจารณาการทำประกันบำนาญ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเงินในวัยเกษียณ



1. สร้างกระแสเงินสด รับรายได้ที่สม่ำเสมอหลังเกษียณ

ประกันบำนาญช่วยให้คุณมีกระแสเงินสดกลับคืนมาอย่างสม่ำเสมอ นับเป็นรายงวด เช่น รายปี ไปจนถึงอายุที่คุณเลือกไว้ เช่น 85 ปี หรือ 90 ปี ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดปัญหาเงินหมดก่อนวัยอันควร และสามารถใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างไร้กังวล


2. ช่วยลดหย่อนภาษีช่วงที่ยังมีรายได้

นอกจากการเงินที่มั่นคงในวัยเกษียณ เบี้ยประกันบำนาญยังสามารถนำมาใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีได้ตามที่กรมสรรพากรกำหนด สูงสุด 200,000 บาท ซึ่งจะช่วยให้คุณจ่ายภาษีน้อยลงในแต่ละปี หรือมีโอกาสได้รับเงินคืนภาษีมากขึ้น


3. เลือกอายุเริ่มรับบำนาญได้ตามแผนชีวิต

คุณสามารถเลือกช่วงอายุที่ต้องการเริ่มรับเงินบำนาญ ได้ตามแผนชีวิตของตัวเอง เช่น เริ่มรับเงินคืนตั้งแต่อายุ 55 ปี หรือ 60 ปีเป็นต้นไป ทำให้การวางแผนเกษียณยืดหยุ่นและสอดคล้องกับความต้องการของคุณมากที่สุด


4. สร้างรายได้ที่มั่นคง แม้หยุดทำงาน

เมื่อคุณเกษียณและหยุดทำงานแล้ว ประกันบำนาญจะทำหน้าที่เป็น "เงินเดือนส่วนตัว" ที่จ่ายคืนให้คุณอย่างต่อเนื่อง ทำให้คุณมีรายได้ประจำสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องนำเงินเก็บก้อนใหญ่ไปเสี่ยงกับการลงทุนในช่วงวัยที่ไม่พร้อมรับความเสี่ยง


5. อุ่นใจด้วยความคุ้มครองชีวิต

ประกันบำนาญส่วนใหญ่ยังมี “ความคุ้มครองชีวิต” ควบคู่ไปด้วย หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นก่อนที่จะได้รับเงินบำนาญ ผู้รับผลประโยชน์ก็จะได้รับเงินชดเชยตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เป็นการสร้างความมั่นคงให้แก่คนข้างหลังที่คุณรัก


เตรียมความพร้อมทางการเงินหลังเกษียณอย่างมั่นใจ ด้วยประกันบำนาญจากเมืองไทยประกันชีวิต (MTL) รับเงินบำนาญคืนทุกปีตามแผนที่เลือก พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาทต่อปี มีแบบประกันให้เลือกหลากหลายตามช่วงอายุและเป้าหมายชีวิต ผ่อน 0% นานสูงสุด 3 เดือนเมื่อเลือกชำระเบี้ยประกันภัยแบบรายปี ปีแรก วางแผนวันนี้ เพื่ออนาคตที่ใช้ชีวิตได้อย่างอิสระและมั่นคง ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม เช็กเบี้ยประกันภัย หรือซื้อประกันออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่เว็บไซต์ของเรา


ข้อมูลอ้างอิง:

  1. บำเหน็จบำนาญข้าราชการ….รู้ไว้ก่อนเกษียณ. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 จาก https://www.set.or.th/th/about/mediacenter/insights/article/344-pension
  2. สิทธิประโยชน์สำหรับข้าราชการเมื่อออกจากราชการ. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 จาก https://www.ops.go.th/th/lo-digital-library/lo-hr/item/10488-2024-06-21-06-29-10
  3. FIRE เทรนด์ใหม่คนทำงาน อยากเกษียณก่อนอายุ 55 ต้องทำอย่างไร?. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 จาก https://makebykbank.kbtg.tech/articles/retirebefore55
  4. 7 สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ Early Retire. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 จาก https://www.krungsri.com/th/krungsri-the-coach/life/retirement/7-things-you-must-know-before-early-retire
  5. การบริหารการเปลี่ยนตำแหน่งงานเพื่อประสิทธิผลขององค์กร. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 จาก http://www.thailandindustry.com/indust_newweb/articles_preview.php?cid=19311

หมวดหมู่ :
บำนาญ
ดูบทความอื่นที่เกี่ยวข้อง :
ประกันบำนาญ