เพราะการตัดสินใจเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องใจ แต่มี “เรื่องเงิน” เป็นตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดคุณภาพชีวิตหลังจากนี้ มาดูให้ชัด ว่าแต่ละทางเลือกมีเงื่อนไขอะไรบ้าง และจะวางแผนให้เงินไม่ขาดมือหลังลาออกได้อย่างไร

เกษียณก่อนอายุ (Early Retirement)
เกษียณก่อนอายุ หมายถึง การยุติการทำงานตามแผนที่วางเอาไว้ล่วงหน้า โดยมีเป้าหมายเพื่ออิสระทางการเงิน และใช้ชีวิตตามที่ต้องการ ซึ่งส่วนมากมักจะมีการเตรียมความพร้อมด้านการเงินและการลงทุนไว้ล่วงหน้า
ทั้งนี้การเกษียณก่อนกำหนด เป็นการลาออกจากงานประจำตามโครงการที่นายจ้างกำหนดให้พนักงานสามารถยุติบทบาทได้ก่อนถึงอายุเกษียณปกติ เช่น 50 ปี หรือ 55 ปี โดยส่วนใหญ่จะเป็นการตกลงร่วมกันระหว่างพนักงานและนายจ้าง เพื่อให้พนักงานได้รับสิทธิประโยชน์บางส่วนที่คล้ายกับการเกษียณปกติ
เงื่อนไขสำคัญที่ต้องเข้าใจ
การเกษียณก่อนกำหนดมีเงื่อนไขชัดเจนที่ต้องตรวจสอบให้รอบคอบ ได้แก่
- อายุตามเกณฑ์ของบริษัท : บางแห่งกำหนดว่าอายุขั้นต่ำต้องอยู่ที่ 50 ปี หรือ 55 ปี
- จำนวนปีการทำงาน : ต้องทำงานครบตามเกณฑ์ เช่น มีอายุการทำงาน 15 ปี หรือ 20 ปีขึ้นไป
- ต้องมีหนังสือยินยอมจากนายจ้าง : เพื่อยืนยันสิทธิการเข้าร่วมโครงการเกษียณก่อนอายุ เป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจน สำหรับรับผลประโยชน์จากโครงการภายใต้การดูแลของนายจ้าง
เกษียณก่อนกำหนด ได้อะไรบ้าง ?
เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน : พนักงานที่เกษียณตามกฎหมายแรงงานจะได้รับเงินชดเชยตามระยะเวลาการทำงานกับนายจ้าง โดยคำนวณจากเงินเดือนสุดท้ายและจำนวนวันที่ทำงาน เช่น
- ทำงาน 10 ปี แต่ไม่เกิน 20 ปี จะได้รับเงินชดเชย 300 วัน
- ทำงาน 20 ปี ขึ้นไป จะได้รับเงินชดเชยสูงสุด 400 วัน
- การคำนวณเงินชดเชย = (เงินเดือนสุดท้าย / 30) x จำนวนวันที่ชดเชย เช่น เงินเดือน 90,000 บาท และทำงานครบ 20 ปี
จะได้รับเงินชดเชยประมาณ 1,200,000 บาท
เงินสะสมจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพร้อมผลตอบแทน : กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นกองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันสะสมเงิน ได้ตั้งแต่ 2-15% ของเงินเดือน โดยนายจ้างจะสมทบเท่าหรือไม่เท่าก็ได้ ขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัท และเมื่อเกษียณ ลูกจ้างจะได้รับเงินสะสมพร้อมดอกผลจากกองทุนนี้ พร้อมรับสิทธิประโยชน์ด้านการลดหย่อนภาษีจากเงินที่สะสมเข้าสู่กองทุน
เงินบำเหน็จหรือบำนาญสำหรับข้าราชการหรือรัฐวิสาหกิจ : ข้าราชการที่เกษียณจะได้รับเงินบำเหน็จและเงินบำนาญ ซึ่งคำนวณจากอายุราชการและเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
- เงินบำนาญจะคิดตามสูตร : (อายุราชการ x เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือน) ÷ 50 โดยมีเพดานไม่เกิน 70% ของเงินเดือนเฉลี่ย
- เงินบำเหน็จจะแบ่งจ่ายเป็น 3 ครั้งตามอายุ ได้แก่ ก่อนอายุ 65 ปี, อายุครบ 65 ปี และอายุครบ 70 ปี รวมทั้งสิ้นไม่เกิน
500,000 บาท
- หากข้าราชการมีอายุราชการมากกว่า 10 ปี จะได้รับเงินบำนาญรายเดือนตลอดชีวิต รวมทั้งสวัสดิการรักษาพยาบาลด้วย
สิทธิเบิกประกันสังคมกรณีชราภาพหลังอายุ 55 ปี : ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมที่จ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือน (15 ปี) จะได้รับเงินบำนาญชราภาพเมื่ออายุครบ 55 ปี บริบูรณ์ จ่ายเป็นรายเดือนตลอดชีวิต โดยคิดอัตรา 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
- หากจ่ายเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเป็นเงินก้อนครั้งเดียว
- สิทธิประโยชน์นี้ต้องยุติการเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 33 และ 39
*ข้อมูลสิทธิประโยชน์และการคำนวณตัวเลขเป็นเพียงตัวอย่างเพื่อประกอบความเข้าใจ เงื่อนไขจริงอาจแตกต่างกันไปตาม
กฎหมายแรงงาน นโยบายของแต่ละองค์กร หรือข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรตรวจสอบรายละเอียดกับฝ่าย
ทรัพยากรบุคคลหรือหน่วยงานต้นสังกัดก่อนตัดสินใจ
ข้อดี
- ได้รับการสนับสนุนจากนายจ้าง เช่น เงินก้อนชดเชยหรือเงินบำนาญล่วงหน้า ซึ่งช่วยให้มีทุนเริ่มต้นใช้หลังออกจากงาน
- มีโอกาสได้ใช้ชีวิตตามความต้องการส่วนตัวมากขึ้น เช่น เดินทาง เรียนรู้ทักษะใหม่ หรือทำกิจกรรมที่รัก
- ลดความเครียดและภาระจากการทำงานในวัยที่อาจเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า
- สามารถวางแผนการเงินและชีวิตระยะยาวได้ล่วงหน้า
ข้อควรระวัง
- แม้มีเงินก้อนเริ่มต้น แต่หากไม่มีการวางแผนการใช้จ่ายและลงทุนให้เหมาะสม อาจเสี่ยงเงินหมดก่อนถึงวัยสูงอายุจริง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเงิน
- ความไม่แน่นอนของค่าใช้จ่ายในอนาคต เช่น ค่ารักษาพยาบาล ที่อาจสูงขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น
- ต้องพิจารณาผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น ประกันสังคมและบำนาญ ที่อาจลดลงหรือต้องใช้เงื่อนไขพิเศษ
- การเกษียณก่อนอายุอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ในสังคมหรือเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตที่คุ้นเคย

ลาออกก่อนเกษียณ (Resignation)
การลาออกก่อนเกษียณ หมายถึง การออกจากงานด้วยความสมัครใจ ก่อนที่จะถึงอายุเกษียณตามที่องค์กรหรือกฎหมายกำหนด โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับโครงการ Early Retire ขององค์กร ซึ่งมักเกิดจากความต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิต หรือเหตุผลส่วนตัว เช่น เริ่มทำธุรกิจเอง หรืออยากพักผ่อนก่อนเวลา
สิทธิที่อาจไม่ได้รับหากลาออกก่อนเกษียณ
การลาออกก่อนเกษียณที่แม้จะเป็นการตัดสินใจแบบอิสระ แต่ก็อาจจะทำให้คุณเสียสิทธิประโยชน์สำคัญได้ เช่น
- ไม่ได้เงินชดเชยตาม พ.ร.บ. แรงงาน : เพราะการลาออกเป็นความสมัครใจ ผู้ลาออกจึงมักไม่ได้สิทธิ์เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานแบบกรณีถูกเลิกจ้าง
- อาจไม่ได้รับสวัสดิการเกษียณ : ไม่ว่าจะเป็นบำเหน็จหรือบำนาญ โดยเฉพาะในกรณีข้าราชการ หากลาออกก่อนอายุและไม่เข้าเกณฑ์เวลาราชการที่กำหนด อาจไม่ได้รับสิทธิประโยชน์บำเหน็จบำนาญเหมือนการเกษียณ
- ไม่สามารถเบิกเงินประกันสังคมกรณีชราภาพได้ทันที : เนื่องจากตามเงื่อนไขของการเบิกเงิน หากยังไม่ถึงอายุ 55 ปีตามสิทธิประกันสังคม ก็จะไม่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การขาดสภาพคล่องทางการเงินเมื่อยุติบทบาทของการประกอบอาชีพ
ลาออกก่อนเกษียณ ได้เงินอะไรบ้าง ?
- เงินสะสมจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (หักภาษีในบางกรณี) : ซึ่งเป็นเงินที่คุณและนายจ้างร่วมกันสะสมไว้ตลอดระยะเวลาทำงาน เช่นเดียวกับในกรณีของการเกษียณก่อนกำหนด
- เงินสมทบประกันสังคม : เงินส่วนนี้จะยังคงได้รับตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ จึงกล่าวได้ว่า หากมีการลาออกก่อนเกษียณโดยสมัครใจเอง และยังมีอายุไม่ถึง 55 ปี ก็จะยังไม่ได้เงินในส่วนนี้ แต่เมื่ออายุครบก็จะได้รับเงินบำนาญชราภาพตามความเหมาะสม
- เงินออมส่วนตัว : เงินจากการวางแผนชีวิตหลังเกษียณ (หากมี) เช่น การออมกับกองทุน RMF, กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ตลอดจนการลงทุนในทางเลือกอื่น ๆ ที่คุณได้เตรียมเอาไว้ล่วงหน้าด้วยตนเอง
ข้อดี
- มีความอิสระในการตัดสินใจลาออกและเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้เร็วกว่า
- สามารถควบคุมทิศทางชีวิตและการทำงานต่อไปได้ด้วยตนเอง
ข้อควรระวัง
- ไม่มีเงินก้อนใหญ่เหมือนการได้รับชดเชยหรือบำนาญแบบเกษียณ
- อาจเกิดช่องว่างรายได้ ทำให้ต้องมีแผนการเงินและการลงทุนรองรับการใช้ชีวิตในระยะยาว
- สิทธิประโยชน์จากรัฐและนายจ้างจะน้อยกว่าการเกษียณก่อนกำหนดที่มีโครงการสนับสนุน
แนวทางวางแผนการเงิน หากคิดจะออกจากงานก่อนอายุเกษียณ
ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจเกษียณก่อนกำหนดตามโครงการขององค์กร หรืออยากลาออกแบบสมัครใจก่อนถึงอายุเกษียณ การวางแผนการเงินที่รอบคอบก็ถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญที่คุณจะต้องทำความเข้าใจ และเตรียมพร้อมให้ดี เพื่อเป็นการต่อยอดเงินก้อนใหญ่ที่ได้จากเงื่อนไขต่าง ๆ พร้อมวางแผนให้ครอบคลุมทั้งรายจ่าย รายได้ และการป้องกันความเสี่ยงในระยะยาว
3 แนวทางวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณสำราญ
คำนวณเงินที่ต้องใช้หลังเกษียณ (Life After Work Budgeting)
- ประเมินค่าใช้จ่ายขั้นต่ำต่อเดือน
- เผื่อเงินสำหรับค่ารักษาพยาบาลและภาวะฉุกเฉิน
- คำนึงถึงผลกระทบจากเงินเฟ้อในอนาคต
สร้างรายได้แบบ Passive Income ก่อนลาออก
- ลงทุนในกองทุน RMF หรือ SSF เพื่อเตรียมใช้หลังเกษียณ และลดหย่อนภาษี
- ปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้มีรายได้ประจำ
- ลงทุนในหุ้นปันผลหรือกองทุนที่ให้กระแสเงินสด
เตรียมแหล่งเงินสำรองที่ไม่กระทบชีวิต
- กองทุนฉุกเฉินอย่างน้อย 12 เดือนของค่าใช้จ่าย
- ทำประกันสุขภาพระยะยาว เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลที่อาจสูงขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น
- ทำประกันบำนาญเพื่อรับเงินคืนรายปีหลังอายุ 55 ปี หรือ 60 ปี ทำให้มีรายได้ประจำเสมือนเงินเดือนหลังออกจากงาน
ทำไมแผนการเงินวัยเกษียณ ถึงต้องพิจารณาการทำประกันบำนาญ ?
การทำประกันบำนาญเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณ เพราะช่วยตอบโจทย์ความต้องการพื้นฐานและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือ 5 เหตุผลหลัก ๆ ที่จะทำให้คุณหันมาพิจารณาการทำประกันบำนาญ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเงินในวัยเกษียณ

1. สร้างกระแสเงินสด รับรายได้ที่สม่ำเสมอหลังเกษียณ
ประกันบำนาญช่วยให้คุณมีกระแสเงินสดกลับคืนมาอย่างสม่ำเสมอ นับเป็นรายงวด เช่น รายปี ไปจนถึงอายุที่คุณเลือกไว้ เช่น 85 ปี หรือ 90 ปี ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดปัญหาเงินหมดก่อนวัยอันควร และสามารถใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างไร้กังวล
2. ช่วยลดหย่อนภาษีช่วงที่ยังมีรายได้
นอกจากการเงินที่มั่นคงในวัยเกษียณ เบี้ยประกันบำนาญยังสามารถนำมาใช้เป็นค่าลดหย่อนภาษีได้ตามที่กรมสรรพากรกำหนด สูงสุด 200,000 บาท ซึ่งจะช่วยให้คุณจ่ายภาษีน้อยลงในแต่ละปี หรือมีโอกาสได้รับเงินคืนภาษีมากขึ้น
3. เลือกอายุเริ่มรับบำนาญได้ตามแผนชีวิต
คุณสามารถเลือกช่วงอายุที่ต้องการเริ่มรับเงินบำนาญ ได้ตามแผนชีวิตของตัวเอง เช่น เริ่มรับเงินคืนตั้งแต่อายุ 55 ปี หรือ 60 ปีเป็นต้นไป ทำให้การวางแผนเกษียณยืดหยุ่นและสอดคล้องกับความต้องการของคุณมากที่สุด
4. สร้างรายได้ที่มั่นคง แม้หยุดทำงาน
เมื่อคุณเกษียณและหยุดทำงานแล้ว ประกันบำนาญจะทำหน้าที่เป็น "เงินเดือนส่วนตัว" ที่จ่ายคืนให้คุณอย่างต่อเนื่อง ทำให้คุณมีรายได้ประจำสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องนำเงินเก็บก้อนใหญ่ไปเสี่ยงกับการลงทุนในช่วงวัยที่ไม่พร้อมรับความเสี่ยง
5. อุ่นใจด้วยความคุ้มครองชีวิต
ประกันบำนาญส่วนใหญ่ยังมี “ความคุ้มครองชีวิต” ควบคู่ไปด้วย หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นก่อนที่จะได้รับเงินบำนาญ ผู้รับผลประโยชน์ก็จะได้รับเงินชดเชยตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เป็นการสร้างความมั่นคงให้แก่คนข้างหลังที่คุณรัก
เตรียมความพร้อมทางการเงินหลังเกษียณอย่างมั่นใจ ด้วยประกันบำนาญจากเมืองไทยประกันชีวิต (MTL) รับเงินบำนาญคืนทุกปีตามแผนที่เลือก พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาทต่อปี มีแบบประกันให้เลือกหลากหลายตามช่วงอายุและเป้าหมายชีวิต ผ่อน 0% นานสูงสุด 3 เดือนเมื่อเลือกชำระเบี้ยประกันภัยแบบรายปี ปีแรก วางแผนวันนี้ เพื่ออนาคตที่ใช้ชีวิตได้อย่างอิสระและมั่นคง ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม เช็กเบี้ยประกันภัย หรือซื้อประกันออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่เว็บไซต์ของเรา
ข้อมูลอ้างอิง:
- บำเหน็จบำนาญข้าราชการ….รู้ไว้ก่อนเกษียณ. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 จาก https://www.set.or.th/th/about/mediacenter/insights/article/344-pension
- สิทธิประโยชน์สำหรับข้าราชการเมื่อออกจากราชการ. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 จาก https://www.ops.go.th/th/lo-digital-library/lo-hr/item/10488-2024-06-21-06-29-10
- FIRE เทรนด์ใหม่คนทำงาน อยากเกษียณก่อนอายุ 55 ต้องทำอย่างไร?. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 จาก https://makebykbank.kbtg.tech/articles/retirebefore55
- 7 สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ Early Retire. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 จาก https://www.krungsri.com/th/krungsri-the-coach/life/retirement/7-things-you-must-know-before-early-retire
- การบริหารการเปลี่ยนตำแหน่งงานเพื่อประสิทธิผลขององค์กร. สืบค้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2568 จาก http://www.thailandindustry.com/indust_newweb/articles_preview.php?cid=19311