ม.ค. 2569

เสริมขั้นตอนวางแผนเกษียณอย่างมีระบบ เพื่ออนาคตที่มั่นคง

การใช้ชีวิตหลังวัยทำงาน ควรเป็นช่วงเวลาที่ได้พักผ่อนอย่างแท้จริง แต่หลายคนกลับต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทางการเงินเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ โดยเฉพาะ มนุษย์เงินเดือน ที่มีรายได้ประจำ แต่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายรายเดือน การเริ่มต้นวางแผนเกษียณตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ชีวิตในอนาคตมั่นคง ไม่ต้องเป็นภาระของใคร
บทความนี้.. มีอะไรบ้าง


การวางแผนเกษียณคืออะไร ทำไมต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้

การวางแผนเกษียณ คือ กระบวนการวางแผนทางการเงินระยะยาว เพื่อให้มีเงินเพียงพอต่อการใช้ชีวิตหลังเลิกทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งพารายได้จากการทำงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนควรใส่ใจ ไม่ว่าจะมีรายได้มาก หรือน้อย เพราะยิ่งเริ่มต้นเร็วเท่าไร ยิ่งสร้างผลลัพธ์ได้มากขึ้นจากการทบต้นของการลงทุนและการออม


โดยเฉพาะสำหรับพนักงานออฟฟิศ ที่จะไม่ได้รับเงินเดือนประจำอีกต่อไปเมื่อถึงอายุที่ต้องเลิกทำงาน แต่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันยังคงมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าที่อยู่อาศัย ค่ารักษาพยาบาล รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นที่อาจไม่คาดคิด นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยจากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การวางแผนเกษียณอย่างรอบคอบจึงเปรียบเสมือนการเตรียมความพร้อมให้แก่ตัวเองในอนาคต


วางแผนเกษียณสไตล์มนุษย์เงินเดือน เริ่มอย่างไรดี

มนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่มีรายได้สม่ำเสมอ แต่ก็มักจะมีรายจ่ายประจำที่สูง เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าใช้จ่ายครอบครัว หรือหนี้สิน การเริ่มต้นวางแผนเกษียณสไตล์มนุษย์เงินเดือน จึงต้องเริ่มต้นจากการเข้าใจและประเมินสถานการณ์ของตนเองอย่างชัดเจน โดยมีขั้นตอนเบื้องต้นที่สามารถทำได้ ดังนี้


1. กำหนด “อายุที่ต้องการเกษียณ”

ก่อนที่จะเริ่มเก็บเงินสำหรับการวางแผนเกษียณอายุ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการตัดสินใจว่าต้องการเกษียณเมื่ออายุเท่าไร ? ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะเกษียณอายุกันในราว 60 ปี แต่หลายคนอาจอยากเกษียณก่อนกำหนด ดังนั้น การตั้งเป้าอายุเกษียณจะช่วยให้คำนวณระยะเวลาที่มีในการสะสมเงินได้อย่างชัดเจน ยิ่งต้องการเกษียณเร็ว ยิ่งต้องออมเงินมากขึ้นต่อเดือน


2. ประเมิน “ค่าใช้จ่ายต่อเดือนหลังเกษียณ”

การประเมินค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ เป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้เข้าใจได้ว่าจะต้องใช้เงินเท่าไรในช่วงที่เลิกทำงาน เพื่อให้สามารถตั้งเป้าหมายการออมได้อย่างแม่นยำ โดยทั่วไปควรประเมินว่าจะใช้เงินประมาณ 70-80% ของรายจ่ายปัจจุบัน


3. คำนึงถึงจำนวนปีที่คาดว่าจะใช้ชีวิตหลังเกษียณ

เมื่อกำหนด “อายุ” ที่ต้องการเกษียณและ “ค่าใช้จ่ายต่อเดือน” หลังเกษียณได้แล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการคำนวณ “จำนวนปี” ที่คาดว่าจะใช้ชีวิตหลังเกษียณ เพื่อประเมินยอดเงินที่ต้องการในอนาคต หากคาดว่าจะมีอายุขัยถึง 85 ปี และจะเกษียณเมื่ออายุ 60 ปี หมายความว่าต้องมีเงินใช้เป็นเวลา 25 ปีหลังเกษียณ ซึ่งจะต้องนำตัวเลขนี้มาพิจารณาในการเก็บออมเงินก่อนถึงวัยเกษียณเช่นกัน


4. คิดเผื่อ “อัตราเงินเฟ้อ” และ “ค่ารักษาพยาบาล”

อัตราเงินเฟ้อและค่ารักษาพยาบาล เป็นสองปัจจัยที่ไม่สามารถมองข้ามเมื่อพูดถึงการวางแผนเกษียณในระยะยาว เนื่องจากทั้งสองสิ่งนี้จะมีผลต่อค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายในอนาคตอย่างมาก โดยอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 2-3% ต่อปี นอกจากนี้ ยังมีค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเร็วกว่าอัตราเงินเฟ้อ (ประมาณ 5-7% ต่อปี) จึงควรเผื่อเงินไว้อีก 20-30% สำหรับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ หรือจัดสรรเงินไว้เป็นพิเศษประมาณ 2-3 ล้านบาทสำหรับค่ารักษาพยาบาลในวัยสูงอายุ



ขั้นตอนการวางแผนเกษียณอายุแบบเป็นระบบ

การวางแผนเกษียณอย่างมีระเบียบและเป็นระบบ เป็นสิ่งที่มนุษย์เงินเดือนควรเตรียมการไว้ โดยมีขั้นตอนที่ควรปฏิบัติเพื่อให้แผนการเกษียณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้


1. ประเมินรายรับ-รายจ่ายในปัจจุบัน

เริ่มจากการบันทึกรายรับและรายจ่ายทุกบาทเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน วิเคราะห์นิสัยการใช้เงิน สัดส่วนการออมและเงินที่สามารถกันไว้สำหรับอนาคต หากพบว่าไม่มีเงินเหลือออม ต้องปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น ค่าอาหารนอกบ้าน ค่าของใช้ฟุ่มเฟือย หรือหาช่องทางเพิ่มรายได้


การออมเงินสำหรับเกษียณควรเก็บอย่างน้อย 10-15% ของรายได้ต่อเดือน หากเริ่มต้นตั้งแต่อายุ 25 ปี แต่ถ้าเริ่มช้า อาจต้องออมถึง 20-25% ของรายได้ ซึ่งกฎ 50/30/20 ถือว่าเป็นแนวทางที่ดี โดยให้ใช้ 50% สำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น, 30% สำหรับความบันเทิง, และ 20% สำหรับการออมและการลงทุน


2. ตั้งเป้าเงินเกษียณที่ต้องการ โดยให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่คาดหวัง

ใช้หลัก “Rule of 25” คือ เงินเกษียณรวมควรเท่ากับ 25 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อปีหลังเกษียณ หากใช้เงิน 360,000 บาทต่อปี (30,000 บาทต่อเดือน) ก็ควรมีเงินเกษียณ 9 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่คาดหวัง นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาเรื่องเงินเฟ้อ ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน การตั้งเป้าที่สูงไปหน่อยจะดีกว่าการประเมินที่ต่ำเกินไป เพราะเมื่อถึงเวลาเกษียณจริง การมีเงินเหลือก็จะทำให้สามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตได้ดีขึ้น


3. เลือกช่องทางออมเงิน หรือการลงทุน

เมื่อมีเป้าหมายเงินเกษียณแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกช่องทางการออมเงินและการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อให้เงินที่เก็บไว้เติบโตขึ้นตามเวลา ซึ่งมนุษย์เงินเดือนมีทางเลือกหลากหลายในการสร้างเงินเกษียณ เช่น


  1. เงินฝากธนาคาร เป็นช่องทางที่ปลอดภัยที่สุด แต่ดอกเบี้ยต่ำ อาจไม่ทันอัตราเงินเฟ้อ เหมาะสำหรับเงินฉุกเฉิน หรือเงินที่ต้องใช้ในระยะสั้น
  2. กองทุนรวมเพื่อการเกษียณ (RMF) และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี โดย RMF สามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 500,000 บาทต่อปี และต้องถือครบ 5 ปี จึงจะขายได้โดยไม่เสียภาษี ส่วน PVD เป็นกองทุนที่บริษัทจัดให้พนักงาน
  3. กองทุนรวมตราสารหนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบความเสี่ยงสูง ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอแต่ไม่สูงมาก ส่วนกองทุนรวมตราสารทุนมีความเสี่ยงสูงกว่า แต่ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าในระยะยาว เหมาะสำหรับคนหนุ่มสาวที่เริ่มวางแผนเกษียณตั้งแต่ต้นและมีเวลาลงทุนระยะยาว
  4. การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ก็เป็นทางเลือกหนึ่ง โดยเฉพาะคอนโดให้เช่า หรือที่ดินในทำเลดี แต่ต้องมีเงินทุนเริ่มต้นสูง และต้องมีความรู้ในการเลือกทรัพย์สิน
  5. ประกันวัยเกษียณ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะให้ความคุ้มครองและการสะสมเงินไปพร้อมกัน บางแบบจ่ายเบี้ยฯ ครั้งเดียวแล้วได้รับเงินบำนาญตลอดชีวิต


4. กระจายความเสี่ยง

หลายคนอาจเคยได้ยินว่า หลักการสำคัญในการลงทุนคือ “อย่าเอาไข่ใส่ตะกร้าใบเดียว” ควรแบ่งเงินลงทุนในหลากหลายช่องทาง เช่น 40% ในกองทุนตราสารหนี้, 30% ในกองทุนตราสารทุน, 20% ในเงินฝาก และ 10% ในประกัน หรือทอง ซึ่งสัดส่วนอาจปรับเปลี่ยนตามอายุ เช่น คนหนุ่มสาวสามารถลงทุนในตราสารที่มีความเสี่ยงสูงได้มากกว่า หรือหากต้องการหลักประกันในการใช้ชีวิตหลังเกษียณ ก็อาจเลือกลงทุนในประกันวางแผนเกษียณตั้งแต่เนิ่น ๆ


5. ทบทวนแผนอย่างสม่ำเสมอ

เพราะสถานการณ์ในชีวิตเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนงาน การแต่งงาน การมีลูก หรือปัญหาสุขภาพ ตัวเราในอีกหลายปีข้างหน้าอาจมีความคิดที่แตกต่างออกไป ดังนั้น จึงควรทบทวนแผนการเกษียณอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อทบทวนดูว่าเป้าหมายยังเหมาะสมหรือไม่ ผลการลงทุนเป็นไปตามคาดไหม รายรับ-รายจ่ายเปลี่ยนแปลงอย่างไร เพื่อวางแผนเกษียณให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ


หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยเสริมในการวางแผนเกษียณอย่างมีประสิทธิภาพ เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) ขอแนะนำประกันวัยเกษียณ Easy Retire ที่จ่ายเบี้ยฯ เพียงครั้งเดียว ก็ได้รับเงินบำนาญหลังเกษียณ ตั้งแต่อายุ 65-99 ปี ปกป้องอนาคตและการเงิน สู่การใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างไม่มีภาระ สามารถซื้อสะดวกได้ผ่านเว็บไซต์ตลอด 24 ชั่วโมงทางเว็บไซต์ของเรา


ข้อมูลอ้างอิง

  1. การวางแผนเกษียณ. สืบค้นเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 จาก https://www.bot.or.th/th/satang-story/money-plan/retirement.html