
การวางแผนเกษียณ คือ กระบวนการวางแผนทางการเงินระยะยาว เพื่อให้มีเงินเพียงพอต่อการใช้ชีวิตหลังเลิกทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งพารายได้จากการทำงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนควรใส่ใจ ไม่ว่าจะมีรายได้มาก หรือน้อย เพราะยิ่งเริ่มต้นเร็วเท่าไร ยิ่งสร้างผลลัพธ์ได้มากขึ้นจากการทบต้นของการลงทุนและการออม
โดยเฉพาะสำหรับพนักงานออฟฟิศ ที่จะไม่ได้รับเงินเดือนประจำอีกต่อไปเมื่อถึงอายุที่ต้องเลิกทำงาน แต่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันยังคงมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าที่อยู่อาศัย ค่ารักษาพยาบาล รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นที่อาจไม่คาดคิด นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยจากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การวางแผนเกษียณอย่างรอบคอบจึงเปรียบเสมือนการเตรียมความพร้อมให้แก่ตัวเองในอนาคต
มนุษย์เงินเดือนส่วนใหญ่มีรายได้สม่ำเสมอ แต่ก็มักจะมีรายจ่ายประจำที่สูง เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าใช้จ่ายครอบครัว หรือหนี้สิน การเริ่มต้นวางแผนเกษียณสไตล์มนุษย์เงินเดือน จึงต้องเริ่มต้นจากการเข้าใจและประเมินสถานการณ์ของตนเองอย่างชัดเจน โดยมีขั้นตอนเบื้องต้นที่สามารถทำได้ ดังนี้
ก่อนที่จะเริ่มเก็บเงินสำหรับการวางแผนเกษียณอายุ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการตัดสินใจว่าต้องการเกษียณเมื่ออายุเท่าไร ? ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะเกษียณอายุกันในราว 60 ปี แต่หลายคนอาจอยากเกษียณก่อนกำหนด ดังนั้น การตั้งเป้าอายุเกษียณจะช่วยให้คำนวณระยะเวลาที่มีในการสะสมเงินได้อย่างชัดเจน ยิ่งต้องการเกษียณเร็ว ยิ่งต้องออมเงินมากขึ้นต่อเดือน
การประเมินค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ เป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้เข้าใจได้ว่าจะต้องใช้เงินเท่าไรในช่วงที่เลิกทำงาน เพื่อให้สามารถตั้งเป้าหมายการออมได้อย่างแม่นยำ โดยทั่วไปควรประเมินว่าจะใช้เงินประมาณ 70-80% ของรายจ่ายปัจจุบัน
เมื่อกำหนด “อายุ” ที่ต้องการเกษียณและ “ค่าใช้จ่ายต่อเดือน” หลังเกษียณได้แล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการคำนวณ “จำนวนปี” ที่คาดว่าจะใช้ชีวิตหลังเกษียณ เพื่อประเมินยอดเงินที่ต้องการในอนาคต หากคาดว่าจะมีอายุขัยถึง 85 ปี และจะเกษียณเมื่ออายุ 60 ปี หมายความว่าต้องมีเงินใช้เป็นเวลา 25 ปีหลังเกษียณ ซึ่งจะต้องนำตัวเลขนี้มาพิจารณาในการเก็บออมเงินก่อนถึงวัยเกษียณเช่นกัน
อัตราเงินเฟ้อและค่ารักษาพยาบาล เป็นสองปัจจัยที่ไม่สามารถมองข้ามเมื่อพูดถึงการวางแผนเกษียณในระยะยาว เนื่องจากทั้งสองสิ่งนี้จะมีผลต่อค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายในอนาคตอย่างมาก โดยอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 2-3% ต่อปี นอกจากนี้ ยังมีค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเร็วกว่าอัตราเงินเฟ้อ (ประมาณ 5-7% ต่อปี) จึงควรเผื่อเงินไว้อีก 20-30% สำหรับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ หรือจัดสรรเงินไว้เป็นพิเศษประมาณ 2-3 ล้านบาทสำหรับค่ารักษาพยาบาลในวัยสูงอายุ

การวางแผนเกษียณอย่างมีระเบียบและเป็นระบบ เป็นสิ่งที่มนุษย์เงินเดือนควรเตรียมการไว้ โดยมีขั้นตอนที่ควรปฏิบัติเพื่อให้แผนการเกษียณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้
เริ่มจากการบันทึกรายรับและรายจ่ายทุกบาทเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน วิเคราะห์นิสัยการใช้เงิน สัดส่วนการออมและเงินที่สามารถกันไว้สำหรับอนาคต หากพบว่าไม่มีเงินเหลือออม ต้องปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น ค่าอาหารนอกบ้าน ค่าของใช้ฟุ่มเฟือย หรือหาช่องทางเพิ่มรายได้
การออมเงินสำหรับเกษียณควรเก็บอย่างน้อย 10-15% ของรายได้ต่อเดือน หากเริ่มต้นตั้งแต่อายุ 25 ปี แต่ถ้าเริ่มช้า อาจต้องออมถึง 20-25% ของรายได้ ซึ่งกฎ 50/30/20 ถือว่าเป็นแนวทางที่ดี โดยให้ใช้ 50% สำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น, 30% สำหรับความบันเทิง, และ 20% สำหรับการออมและการลงทุน
ใช้หลัก “Rule of 25” คือ เงินเกษียณรวมควรเท่ากับ 25 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อปีหลังเกษียณ หากใช้เงิน 360,000 บาทต่อปี (30,000 บาทต่อเดือน) ก็ควรมีเงินเกษียณ 9 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่คาดหวัง นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาเรื่องเงินเฟ้อ ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน การตั้งเป้าที่สูงไปหน่อยจะดีกว่าการประเมินที่ต่ำเกินไป เพราะเมื่อถึงเวลาเกษียณจริง การมีเงินเหลือก็จะทำให้สามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตได้ดีขึ้น
เมื่อมีเป้าหมายเงินเกษียณแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกช่องทางการออมเงินและการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อให้เงินที่เก็บไว้เติบโตขึ้นตามเวลา ซึ่งมนุษย์เงินเดือนมีทางเลือกหลากหลายในการสร้างเงินเกษียณ เช่น
หลายคนอาจเคยได้ยินว่า หลักการสำคัญในการลงทุนคือ “อย่าเอาไข่ใส่ตะกร้าใบเดียว” ควรแบ่งเงินลงทุนในหลากหลายช่องทาง เช่น 40% ในกองทุนตราสารหนี้, 30% ในกองทุนตราสารทุน, 20% ในเงินฝาก และ 10% ในประกัน หรือทอง ซึ่งสัดส่วนอาจปรับเปลี่ยนตามอายุ เช่น คนหนุ่มสาวสามารถลงทุนในตราสารที่มีความเสี่ยงสูงได้มากกว่า หรือหากต้องการหลักประกันในการใช้ชีวิตหลังเกษียณ ก็อาจเลือกลงทุนในประกันวางแผนเกษียณตั้งแต่เนิ่น ๆ
เพราะสถานการณ์ในชีวิตเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนงาน การแต่งงาน การมีลูก หรือปัญหาสุขภาพ ตัวเราในอีกหลายปีข้างหน้าอาจมีความคิดที่แตกต่างออกไป ดังนั้น จึงควรทบทวนแผนการเกษียณอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อทบทวนดูว่าเป้าหมายยังเหมาะสมหรือไม่ ผลการลงทุนเป็นไปตามคาดไหม รายรับ-รายจ่ายเปลี่ยนแปลงอย่างไร เพื่อวางแผนเกษียณให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยเสริมในการวางแผนเกษียณอย่างมีประสิทธิภาพ เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) ขอแนะนำประกันวัยเกษียณ Easy Retire ที่จ่ายเบี้ยฯ เพียงครั้งเดียว ก็ได้รับเงินบำนาญหลังเกษียณ ตั้งแต่อายุ 65-99 ปี ปกป้องอนาคตและการเงิน สู่การใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างไม่มีภาระ สามารถซื้อสะดวกได้ผ่านเว็บไซต์ตลอด 24 ชั่วโมงทางเว็บไซต์ของเรา
ข้อมูลอ้างอิง