แม้ปัจจุบันการแพทย์จะมีความก้าวหน้า แต่แนวโน้มการเสียชีวิตจากโรคกลุ่มนี้ยังคงสูง โดยเฉพาะ โรคมะเร็ง ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของคนไทยติดต่อกันหลายปี สถิติล่าสุดปี 2566 พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งมากถึง 84,110 ราย หรือคิดเป็นอัตรา 129.2 ต่อประชากร 100,000 คน และตัวเลขนี้ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายด้านสุขภาพที่ยังคงต้องเฝ้าระวัง
เพราะฉะนั้นการรู้เท่าทันว่า "โรคร้ายแรงมีอะไรบ้าง" และมีแนวทางป้องกันอย่างถูกต้อง จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณและคนที่คุณรักมีสุขภาพดี ห่างไกลโรค และใช้ชีวิตมีความสุขอย่างยั่งยืน

สำหรับโรคยอดฮิตที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของคนไทย มีดังนี้
มะเร็ง เป็นโรคที่เกิดจากการแบ่งตัวของเซลล์ผิดปกติจนควบคุมไม่ได้ และแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น มีหลายชนิด เช่น มะเร็งตับ มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งล้วนเป็นมะเร็งที่พบบ่อยในคนไทย โดยมะเร็งตับเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ในประเทศไทย
อาการเตือน : น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ มีก้อนเนื้อผิดปกติ อ่อนเพลียเรื้อรัง หรือมีเลือดออกผิดปกติในร่างกาย
โรคหลอดเลือดสมอง คือ ภาวะที่หลอดเลือดในสมองเกิดการอุดตันหรือแตก ทำให้เนื้อเยื่อสมองขาดเลือดและออกซิเจน ส่งผลให้ผู้ป่วยพิการหรือเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่ง "โรคยอดฮิต" ที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุดทั้งในเพศชายและเพศหญิง
อาการเตือน : ใบหน้าเบี้ยวครึ่งซีก แขนหรือขาอ่อนแรงข้างใดข้างหนึ่ง พูดไม่ชัดหรือพูดไม่ได้ และควรรีบไปโรงพยาบาลภายใน 4.5 ชั่วโมงแรกหากเกิดอาการเพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิต
ภาวะหัวใจขาดเลือด เกิดจากหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจตีบหรืออุดตัน ส่งผลให้หัวใจทำงานผิดปกติหรือหยุดทำงานเฉียบพลัน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
อาการเตือน : เจ็บแน่นหน้าอกโดยเฉพาะเวลาทำกิจกรรม รู้สึกเหนื่อยง่าย ใจสั่น หรือมีเหงื่อออกมากผิดปกติโดยไม่มีสาเหตุ
โรคปอดอักเสบเกิดจากการถุงลมในปอดติดเชื้อ เช่น แบคทีเรียหรือไวรัส ส่งผลให้เกิดการอักเสบและการทำงานของปอดในการแลกเปลี่ยนออกซิเจนลดลง หากอาการรุนแรงอาจนำไปสู่ภาวะหายใจล้มเหลว โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว
อาการเตือน : ไอมีเสมหะ เจ็บหน้าอก หายใจเร็ว เหนื่อยง่าย และมีไข้สูง
เบาหวาน เป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ ส่งผลให้หลอดเลือดทั่วร่างกายเสื่อมลงอย่างช้า ๆ และทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ตาบอด ไตวาย หรือโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง โดยพบว่าผู้หญิงมีสัดส่วนการเสียชีวิตจากเบาหวานสูงกว่าผู้ชาย
อาการเตือน : ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำบ่อย น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ แผลหายช้าหรืออักเสบบ่อย
โรคเกี่ยวกับตับถือเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่สำคัญของคนไทย โดยเฉพาะภาวะตับแข็งซึ่งมักเกิดจากการทำลายเนื้อตับอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนเกิดพังผืดมาแทนที่เนื้อตับปกติ ส่งผลให้สูญเสียความสามารถในการทำงาน และอาจพัฒนาไปสู่ภาวะตับวายหรือมะเร็งตับในระยะท้าย
อาการเตือน : ตัวเหลือง ตาเหลือง เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลง ท้องโต หรือมีอาการบวมบริเวณเท้า
โรคทางเดินหายใจส่วนล่างเรื้อรัง เป็นกลุ่มของโรคที่เกิดจากหลอดลมและถุงลมในปอดอักเสบเรื้อรัง ทำให้การแลกเปลี่ยนก๊าซในร่างกายทำงานได้อย่างไม่เต็มที่ ซึ่งมักสัมพันธ์กับการสูบบุหรี่หรือได้รับฝุ่นละอองและมลพิษเป็นเวลานาน
อาการเตือน : ไอเรื้อรัง มีเสมหะ หายใจเหนื่อยง่าย หรือรู้สึกแน่นหน้าอกเวลาหายใจ
โรคไตอักเสบ ส่งผลให้การทำงานของไตลดลงอย่างต่อเนื่อง หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจนำไปสู่ภาวะไตวายเรื้อรังที่ต้องฟอกไตหรือล้างไตอย่างต่อเนื่อง
อาการเตือน : ปัสสาวะผิดปกติ มีอาการบวมรอบดวงตาและเท้า เหนื่อยง่าย และความดันโลหิตสูงขึ้นจนควบคุมไม่ได้
แม้ว่าโรคร้ายแรงหลายชนิดจะมีปัจจัยเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เช่น พันธุกรรมหรืออายุ แต่พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเลือกกินอาหารที่เหมาะสมมีบทบาทสำคัญในการลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง ควรเน้นการบริโภคผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี และโปรตีนไขมันต่ำ ขณะเดียวกันควรหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป น้ำตาลสูง และไขมันทรานส์ ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดโรคต่าง ๆ
การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน อย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน จะช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต เพิ่มการเผาผลาญพลังงาน และลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ เบาหวาน รวมถึงมะเร็งบางชนิดได้
การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมตามค่า BMI เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคอ้วน และภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน และโรคไขมันในเลือดสูง
การหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินขนาด สามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นโรคปอด มะเร็งตับ มะเร็งปอด หรือโรคหัวใจขาดเลือด
ความเครียดสะสมส่งผลต่อทั้งร่างกายและจิตใจ ดังนั้น จึงควรมองหาวิธีคลายเครียดที่เหมาะกับตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการฝึกสมาธิ เล่นโยคะ ออกกำลังกายเบา ๆ หรือฟังเพลงเพื่อผ่อนคลาย เพื่อให้ร่างกายและจิตใจอยู่ในภาวะสมดุล
การพักผ่อนให้เพียงพอก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรนอนหลับอย่างมีคุณภาพวันละ 6-8 ชั่วโมงต่อคืน เพื่อให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเอง ลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือด หัวใจ และโรคสมองเสื่อม
สุดท้าย อย่าลืมตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ เพราะการตรวจร่างกายและตรวจเลือดประจำปีจะช่วยให้สามารถตรวจเจอโรคในระยะเริ่มต้นได้ทันเวลา เพิ่มโอกาสรักษาให้ได้ผลดี และลดความรุนแรงของโรคในอนาคต

แม้เราจะสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการเลือกกินดี ออกกำลังกาย และตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ แต่ในวันที่เจ็บป่วยขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด การมี "แผนสำรองที่มั่นคง" ไว้ล่วงหน้าก็กลายเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญที่จะช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินให้ตัวคุณและครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สนใจแผนประกันที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมโรคยอดฮิตในไทย ไม่ว่าจะเป็นมะเร็ง โรคหัวใจ หรือไตเรื้อรัง ขอแนะนำให้ทำประกันโรคร้ายแรงจากเมืองไทยประกันชีวิต (MTL) ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งคนที่อยากได้ความคุ้มครองครอบคลุมหลายโรคร้ายแรงหรือเลือกเฉพาะกลุ่มโรคที่กังวลได้ และคนที่มองหาเบี้ยประกันเริ่มต้นในราคาย่อมเยา วางแผนวันนี้ เพื่ออนาคตที่มั่นใจยิ่งกว่า ดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือซื้อประกันโรคร้ายแรงที่ใช่สำหรับคุณได้ตลอด 24 ชั่วโมงทางเว็บไซต์ของเรา
ข้อมูลอ้างอิง
สถิติสาธารณสุข พ.ศ.2566 PUBLIC HEALTH STATISTICS A.D. 2023 สืบค้นเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 จาก https://spd.moph.go.th/wp-content/uploads/2025/02/รายงานสถิติสาธารณสุข-ประจำปี2566_V2.pdf