ม.ค. 2569

เลิกละเลย! 7 การดูแลสุขภาพร่างกายที่คนไทยส่วนใหญ่มองข้าม

ในชีวิตประจำวันที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ หลายครั้งเรามักมองข้ามสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตอย่าง "การดูแลสุขภาพร่างกายของตนเอง" ไปอย่างน่าเสียดาย แม้จะรู้ดีว่าการมีสุขภาพที่ดีคือสิ่งที่ควรใส่ใจ แต่พฤติกรรมบางอย่างกลับถูกละเลยโดยไม่รู้ตัว และถึงพฤติกรรมเหล่านั้นจะดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่หากทำเป็นประจำ ก็อาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว และเป็นสาเหตุการเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ ได้
บทความนี้.. มีอะไรบ้าง


7 พฤติกรรมการดูแลสุขภาพร่างกายที่คนไทยมักละเลย

ในแต่ละวัน เรามีเรื่องที่ต้องใส่ใจมากมาย แต่เคยถามตัวเองไหมว่า ในเมื่อร่างกายคือสิ่งที่มีค่าที่สุด แล้วทำไมเราจึงละเลยวิธีดูแลตัวเอง ด้วยการทำพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้ในชีวิตประจำวันอยู่บ่อยครั้ง ?


1. การบริโภคอาหารแปรรูปบ่อยเกินไป

อาหารแปรรูป เช่น ฟาสต์ฟู้ด อาหารสำเร็จรูป ไส้กรอก ถือเป็นเมนูยอดนิยมของคนไทย โดยเฉพาะวัยเรียนและวัยทำงาน เนื่องจากสะดวก หาซื้อง่าย ราคาไม่แพง แต่อาหารเหล่านี้มักมาพร้อมภัยเงียบที่น่ากลัวกว่าที่คิด เพราะเต็มไปด้วยไขมัน โซเดียม และน้ำตาล ที่เพิ่มความเสี่ยงโรคอ้วน เบาหวาน โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด


2. ไม่ออกกำลังกายหรือขยับร่างกายอย่างเพียงพอ

การใช้เวลาอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือโดยไม่เคลื่อนไหวร่างกายทำให้ร่างกายเผาผลาญได้น้อยลง เป็นชนวนการเกิดโรคต่าง ๆ มากมาย เช่น โรคกระดูก โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคเบาหวาน โรคอ้วน และมะเร็งบางชนิด


3. ไม่ตรวจสุขภาพประจำปี

การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นหนึ่งในวิธีการดูแลตัวเองที่มักถูกมองข้าม ทั้งที่เป็นตัวช่วยในการตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่เนิ่น ๆ ซึ่งโดยทั่วไปควรตรวจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และเลือกแผนการตรวจสุขภาพที่สอดคล้องกับอายุ เพศ และไลฟ์สไตล์ที่สุด


4. ละเลยการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นหรือวัคซีนป้องกันโรคต่าง ๆ ที่จำเป็น

การฉีดวัคซีน เป็นวิธีป้องกันโรคอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ไข้หวัดใหญ่ คอตีบ บาดทะยัก และ COVID-19 แต่คนไทยบางส่วนกลับมองข้ามอย่างน่าเสียดาย ทำให้ร่างกายเสี่ยงต่อการติดเชื้อและก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายได้


5. นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอหรือไม่มีคุณภาพ

การนอนหลับ เป็นวิธีดูแลสุขภาพกายและใจที่ง่ายที่สุดก็ว่าได้ ทว่าบางคนกลับนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือคุณภาพการนอนต่ำจากความเครียด ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน การทำงานของสมอง อารมณ์ และทำให้รู้สึกอ่อนเพลียระหว่างวัน โดยเวลานอนที่เหมาะสมสำหรับผู้ใหญ่จะอยู่ที่ 7-8 ชั่วโมง/วัน


6. ไม่ตรวจสุขภาพช่องปากกับทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

การไม่ตรวจสุขภาพช่องปากกับทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ อาจทำให้เกิดปัญหาฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือโรคปริทันต์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการพูด การเคี้ยว และมีกลิ่นปาก เป็นสาเหตุให้รู้สึกขาดความมั่นใจ ที่สำคัญ หากไปพบทันตแพทย์เมื่อปัญหาลุกลาม มักทำให้เกิดค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่กว่าการพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือนเสมอ


7. หลีกเลี่ยงการไปพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ

พฤติกรรมสุดท้ายที่คนไทยมักละเลย คือการมองข้ามความผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ปวดหัว ปวดหลัง หรืออาการเหนื่อยง่าย ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคที่ต้องรักษา หากปล่อยไว้อาจทำให้โรคลุกลาม รักษาได้ยากขึ้น และเป็นอันตรายถึงชีวิต


ช้าไปไหมหากจะเริ่มต้นหาวิธีดูแลสุขภาพตอนนี้ ?

สำหรับผู้ที่เพิ่งตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนดูแลสุขภาพ แล้วกังวลว่าจะเริ่มต้นช้าไปหรือไม่ ? คำตอบคือ ไม่ เพราะการดูแลสุขภาพไม่เคยสายเกินไป เริ่มต้นได้ตั้งแต่ตอนนี้เพื่อการมีสุขภาพที่ดีในอนาคต และอยู่กับคนที่รัก ทำกิจกรรมที่ชอบได้อย่างเต็มที่ในระยะยาว


ที่สำคัญ การดูแลตัวเองไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งหมดจากหน้ามือเป็นหลังมือในทันที แต่เริ่มต้นได้จากการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ เช่น การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น หรือการออก



แนวทางการวางแผนดูแลสุขภาพสำหรับคนแต่ละช่วงวัย

การดูแลสุขภาพร่างกายทำได้หลายวิธี โดยแนวทางที่ง่ายที่สุด คือการเลือกวางแผนให้เหมาะสมกับช่วงวัย ซึ่งสามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้


วัยเรียน อายุ 6-22 ปี

เป็นช่วงวัยที่ต้องให้ความสำคัญกับการสร้างนิสัยการดูแลสุขภาพที่ดี เพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งมีพัฒนาการด้านอารมณ์ที่มั่นคง

  1. ส่งเสริมความสามารถในการจัดการอารมณ์ และสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดจากสิ่งแวดล้อมภายนอก เช่น การฝึกสมาธิ การพูดคุยปรึกษากับผู้ใหญ่
  2. เน้นการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงให้ครบทั้ง 5 หมู่ เช่น โปรตีนจากเนื้อสัตว์และพืช ผักผลไม้ และธัญพืช
  3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อพัฒนาร่างกายและสมรรถภาพ เช่น การเล่นกีฬา การวิ่ง หรือการว่ายน้ำ
  4. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 8-10 ชั่วโมงต่อวัน


วัยทำงาน อายุ 23-60 ปี

ช่วงวัยที่ต้องเผชิญกับความเครียดจากการทำงานและการใช้ชีวิตที่เร่งรีบมากที่สุด ทำให้มีพฤติกรรมเสี่ยงด้านสุขภาพได้ง่ายกว่าช่วงวัยอื่น

  1. ควรตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ เช่น ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ค่าความดันโลหิต และระดับคอเลสเตอรอล เพื่อป้องกันโรคที่อาจเกิดขึ้นได้จากพฤติกรรมการใช้ชีวิต
  2. รับประทานอาหารที่มีความสมดุล เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช และโปรตีนที่มีคุณภาพ หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและอาหารที่มีไขมันสูง
  3. ออกกำลังกาย 30 นาทีต่อวัน อย่างน้อย 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ ลดความเสี่ยงโรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ
  4. หาเวลาพักผ่อนและทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิ หรือการทำกิจกรรมที่ชอบเพื่อฟื้นฟูจิตใจจากความเครียด


วัยเกษียณ (อายุ 60 ปีขึ้นไป)

เน้นการรับมือกับความเสื่อมของร่างกายและป้องกันโรคเรื้อรังที่เกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตที่ไม่ได้ดูแลตัวเองมากนักในช่วงวัยที่ผ่านมา

  1. ใช้วิธีดูแลสุขภาพตามหลัก 10 อ. ของสสส. เช่น รับประทานอาหารเหมาะสม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รักษาสุขอนามัย มีงานอดิเรก
  2. การออกกำลังกายเบา ๆ เป็นประจำ เช่น เดินช้า ๆ ว่ายน้ำ หรือรำไทเก็ก เป็นวิธีที่ดีในการเสริมสมรรถภาพร่างกายในวัยสูงอายุ
  3. ตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งรับประทานยาและปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัดในกรณีที่มีโรคประจำตัว
  4. หลีกเลี่ยงเรื่องที่ทำให้เครียด รวมทั้งเข้าร่วมกิจกรรมสังคมเพื่อรักษาความสัมพันธ์และป้องกันความรู้สึกว้าเหว่


เมื่อตระหนักถึงพฤติกรรมที่สามารถส่งผลต่อสุขภาพ และปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อให้สุขภาพดีขึ้นแล้ว นอกจากจะหันกลับมาให้ความสำคัญกับวิธีการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ อย่าลืมสร้างประตูหนีไฟให้ตัวเองและครอบครัวด้วยการทำประกันสุขภาพกับเมืองไทยประกันชีวิต (MTL) ช่วยแบ่งเบาภาระเมื่อเจ็บป่วย เลือกได้ทั้ง IPD และ OPD เลือกซื้อความคุ้มครองสุขภาพและเช็กเบี้ยประกันภัยได้ตลอด 24 ชั่วโมงทางเว็บไซต์ของเรา


ข้อมูลอ้างอิง

  1. เปิดโผ 7 เทรนด์สุขภาพคนไทย ปี 68 อะไรที่ต้องเฝ้าระวัง. สืบค้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 จาก https://www.thaihealth.or.th/เปิดโผ-7-เทรนด์สุขภาพคนไ/
  2. การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงในยุคที่ชีวิตเร่งรีบ. สืบค้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 จาก https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/361964

หมวดหมู่ :
สุขภาพ
ดูบทความอื่นที่เกี่ยวข้อง :
ประกันสุขภาพ รายปี